posttoday
บจ.กำไร-มาร์จิ้นเพิ่ม

บจ.กำไร-มาร์จิ้นเพิ่ม

20 พฤษภาคม 2559

บจ.โกยกำไรสุทธิรวม233,322ล้าน สุขภาพแข็งแรง มาร์จิ้นเพิ่ม โครงสร้างเงินทุนแกร่ง

บจ.โกยกำไรสุทธิรวม233,322ล้าน สุขภาพแข็งแรง มาร์จิ้นเพิ่ม โครงสร้างเงินทุนแกร่ง

นายสันติ กีระนันทน์ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานผู้ออกหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียน(บจ.) ในตลาดหลักทรัพย์ฯ จำนวน514บริษัท คิดเป็น92.28%จากทั้งหมด557บริษัท ในไตรมาส1/2559ว่า มีกำไรสุทธิรวม233,322ล้านบาท เพิ่มขึ้น0.96%จากงวดเดียวกันปีก่อน และเพิ่มขึ้น28.43%จากไตรมาส4/2558แม้มียอดขายรวม2,383,912ล้านบาท ลดลง6.17%จากช่วงเดียวกันปีก่อน และลดลง7.42%จากไตรมาส4ที่ผ่านมา

สำหรับสาเหตุที่ทำให้ยอดขายรวมลดลงมาจากธุรกิจพลังงานและสาธารณูปโภค และปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์มียอดขายลดลงตามทิศทางราคาน้ำมัน หากไม่รวมธุรกิจพลังงานและสาธารณูปโภค และปิโตรเคมีภัณฑ์ที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันลดลงต่อเนื่องจากปี2558บจ.จะมียอดขายเพิ่มขึ้น4.03%และมีกำไรสุทธิทรงตัวจากปีก่อนหน้า

“ในไตรมาส1/2559ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ลดลงต่อเนื่อง มีส่วนทำให้ บจ.ในSETมีรายได้ลดลงจากปีก่อน ขณะเดียวกันก็มีส่วนช่วยให้ บจ.มีต้นทุนการผลิตลดลงเช่นกัน จึงทำให้ในภาพรวม บจ.มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงขึ้นเป็น24.55%เทียบกับ21.74%ในช่วงเดียวกันในปีก่อน”นายสันติ กล่าว

นอกจากนี้ โครงสร้างเงินทุนของ บจ.ยังคงแข็งแรง โดยมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน(ดีอี) ซึ่งไม่รวมอุตสาหกรรมการเงินอยู่ที่1.27เท่า เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี2558ที่1.24เท่า และมีอัตราส่วนภาระหนี้สินต่อทุนอยู่ที่0.69เท่า เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก สิ้นปี2558

นายสันติ กล่าวว่า ผลการดำเนินงานของ บจ.สะท้อนให้เห็นสัญญาณการฟื้นตัว คือ มีอัตรากำไรดีขึ้นถึง21หมวดธุรกิจ รวมถึงการฟื้นตัวด้านยอดขาย อัตรากำไรขั้นต้น และการมีกำไรสุทธิปรับสูงขึ้นมีถึง10หมวดธุรกิจ ส่วนใหญ่อยู่ในหมวดธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับภาคการบริการ และการอุปโภคบริโภค ได้แก่ หมวดขนส่ง อาหารและเครื่องดื่ม พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ รับเหมาก่อสร้าง เหล็ก พาณิชย์ บรรจุภัณฑ์ สินค้าแฟชั่น ของใช้ในครัวเรือนสำนักงาน และบริการเฉพาะกิจ

ด้านผลการดำเนินงานไตรมาส1/2559ของ บจ.ในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai)มียอดขาย31,036ล้านบาท ลดลง0.14%และมีกำไรสุทธิ1,782ล้านบาท ลดลง19.47%จากงวดเดียวกันปีก่อน โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นลดลงเช่นกันจาก25.48%เป็น24.24%

สำหรับการซื้อขายหุ้นในวันที่19พ.ค.2559ก่อนที่ตลาดจะหยุด3วันติดต่อกัน(20-22พ.ค.) ดัชนีปรับตัวลงแรง1.05%ลดลง14.64จุด ปิดที่ระดับ1,385.86จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย4หมื่นล้านบาท แรงขายมาจากสถาบันในประเทศจำนวน1,479ล้านบาท และพอร์ตบริษัทหลักทรัพย์จำนวน894ล้านบาท แรงซื้อส่วนใหญ่มาจากนักลงทุนรายย่อยมากกว่า2,241ล้านบาท ส่วนนักลงทุนต่างชาติซื้อเพียง131ล้านบาท

มาร์เก็ตติ้ง เปิดเผยว่า แรงขายหุ้นออกมาจากหุ้นตัวใหญ่ในกลุ่มหลัก นำโดยพลังงาน สื่อสาร ธนาคารพาณิชย์ และมีแรงเข้าซื้อในหุ้นขนาดกลางและเล็กที่มีข่าวดีสนับสนุน

นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ มูลนิธิร่มฉัตร ร่วมกับองค์กรภาครัฐและเอกชน จัดโครงการแข่งขันเศรษฐศาสตร์เพชรยอดมงกุฎ ต่อเนื่องเป็นครั้งที่8ในปีนี้ เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้-31ก.ค. แข่งขันวันที่10-11ก.ย.2559ณ โรงเรียนสตรีวิทยา2ระดับอุดมศึกษาระดับปริญญาตรีชั้นปีที่1-4เปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่1ส.ค.-30ก.ย. แข่งขันวันที่9ต.ค.2559โดยรางวัลในปีนี้รวมมูลค่ากว่า1ล้านบาท

ที่ผ่านมามีเยาวชนจากสถานศึกษาให้ความสนใจสมัครเข้าร่วมแข่งขัน รวมทั้งสิ้น24,653คน จากสถานศึกษา6,119แห่งทั่วประเทศ และมีจำนวนเพิ่มขึ้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท