
TSTHล้างขาดทุน
TSTH ตัดขายสินทรัพย์หวังล้างขาดทุนสะสม 3,850 ล้าน โรงถลุง MBF คุยจบ มี.ค. 2560
TSTH ตัดขายสินทรัพย์หวังล้างขาดทุนสะสม 3,850 ล้าน โรงถลุง MBF คุยจบ มี.ค. 2560
นายราจีฟ มังกัล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทาทาสตีล (ประเทศไทย) หรือ TSTH เปิดเผยว่า ผลประกอบในปี 2558/2559 (เม.ย. 2558-มี.ค. 2559) จะดีขึ้นและมีกำไรสุทธิ 154 ล้านบาท แต่บริษัทยังไม่สามารถจ่ายเงินปันผลได้เป็นเวลา 6 ปี เพราะยังมีขาดทุนสะสมอยู่ 3,580 ล้านบาท โดยบริษัทมีแผนที่จะขายสินทรัพย์เพื่อล้างขาดทุนสะสมทั้งหมด เนื่องจากผลกำไรจากการดำเนินการไม่เพียงพอ
ทางเลือกแรกคือการเจรจาขายเตาถลุง Mini Blast Furnace (MBF) ที่ผ่านมาคุยอยู่ 2-3 ราย แต่ยังไม่สามารถสรุปเงื่อนไขกันได้ โดยตั้งเป้าหมายว่าจะสามารถขาย MBF ได้ภายในสิ้นปีผลประกอบการ 2559/2560 (เม.ย. 2559-มี.ค. 2560) นี้ ซึ่งมูลค่ากิจการปัจจุบันอยู่ที่กว่า 1,000 ล้านบาท
“กำไรจากการดำเนินงานและขาย MBF คงไม่เพียงพอต่อการล้างขาดทุนสะสม บริษัทคงต้องพิจารณาขายสินทรัพย์อื่นๆ ออกมาด้วย แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ และพยายามคำนึงผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นมากที่สุด นอกจากนั้นภายในเดือน ส.ค.นี้ บริษัทจะมีการจ่ายเงินกู้ยืมระยะยาวให้สถาบันการเงินเป็นงวดสุดท้าย ซึ่งก็จะทำให้บริษัทมีสภาพคล่องที่ดีขึ้น ซึ่งส่งผลให้กำไรก่อนหักภาษี และค่า
เสื่อม (อี-บิตดา) ปีนี้ดีขึ้น” นายราจีฟ กล่าว
สำหรับปริมาณขายเหล็กของบริษัทปี 2559/2560 จะเติบโต 10% จากปีก่อนอยู่มี 1.14 ล้านตัน เพิ่มขึ้นทั้งการขายในประเทศที่คาดว่าความต้องการจะเติบโต 5% จากโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐ อีกทั้งบริษัทพยายามเพิ่มการส่งออกไปต่างประเทศมากขึ้น เพื่อให้ครอบคลุมกำลังการผลิตของบริษัททั้งหมด 1.7 ล้านตัน และยังได้อัตรากำไรขั้นต้นที่ดีกว่า ปัจจุบันส่งออกไปคือ อินเดีย ลาว กัมพูชา ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย คาดว่าเดือน มิ.ย. จะออกเพิ่มขึ้นไปที่ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ปีนี้สัดส่วนการส่งออกเพิ่มเป็น 12-13% เทียบกับปีก่อนที่ 10%
“กลยุทธ์หนึ่งของเราคือพยายามเพิ่มสัดส่วนการส่งออกและการเพิ่มคลังสินค้าในต่างจังหวัดมากขึ้น โดยปีนี้จะเพิ่มอีก 2 จังหวัด จากปัจจุบันมีทั้งหมด 4 จังหวัด” นายราจีฟ กล่าว
สำหรับรายได้ในปีนี้ตอบไม่ได้ว่าจะเติบโตเท่าไร ขึ้นกับราคาขายเหล็ก แต่เบื้องต้นมองแนวโน้มราคาขายเหล็กทั่วโลกยังผันผวนสูง แต่จะทรงตัวสูงในระดับปัจจุบันที่ 1.7-1.8 หมื่นบาท/ตัน ไปอีก 2-3 เดือน และเดือน ส.ค.ราคาน่าจะปรับตัวลง เพราะเป็นช่วงฤดูมรสุมเข้าหน้าฝน แต่ราคาปัจจุบันถือว่ายังสูงกว่าราคาในเดือน ธ.ค. 2558 ที่อยู่ในระดับ 1.25-1.3 หมื่นบาท/ตัน







