posttoday
TSTHล้างขาดทุน

TSTHล้างขาดทุน

20 พฤษภาคม 2559

TSTH ตัดขายสินทรัพย์หวังล้างขาดทุนสะสม 3,850 ล้าน โรงถลุง MBF คุยจบ มี.ค. 2560

TSTH ตัดขายสินทรัพย์หวังล้างขาดทุนสะสม 3,850 ล้าน โรงถลุง MBF คุยจบ มี.ค. 2560

นายราจีฟ มังกัล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทาทาสตีล (ประเทศไทย) หรือ TSTH เปิดเผยว่า ผลประกอบในปี 2558/2559 (เม.ย. 2558-มี.ค. 2559) จะดีขึ้นและมีกำไรสุทธิ 154 ล้านบาท แต่บริษัทยังไม่สามารถจ่ายเงินปันผลได้เป็นเวลา 6 ปี เพราะยังมีขาดทุนสะสมอยู่ 3,580 ล้านบาท โดยบริษัทมีแผนที่จะขายสินทรัพย์เพื่อล้างขาดทุนสะสมทั้งหมด เนื่องจากผลกำไรจากการดำเนินการไม่เพียงพอ

ทางเลือกแรกคือการเจรจาขายเตาถลุง Mini Blast Furnace (MBF) ที่ผ่านมาคุยอยู่ 2-3 ราย แต่ยังไม่สามารถสรุปเงื่อนไขกันได้ โดยตั้งเป้าหมายว่าจะสามารถขาย MBF ได้ภายในสิ้นปีผลประกอบการ 2559/2560 (เม.ย. 2559-มี.ค. 2560) นี้ ซึ่งมูลค่ากิจการปัจจุบันอยู่ที่กว่า 1,000 ล้านบาท 

“กำไรจากการดำเนินงานและขาย MBF คงไม่เพียงพอต่อการล้างขาดทุนสะสม บริษัทคงต้องพิจารณาขายสินทรัพย์อื่นๆ ออกมาด้วย แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ และพยายามคำนึงผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นมากที่สุด นอกจากนั้นภายในเดือน ส.ค.นี้ บริษัทจะมีการจ่ายเงินกู้ยืมระยะยาวให้สถาบันการเงินเป็นงวดสุดท้าย ซึ่งก็จะทำให้บริษัทมีสภาพคล่องที่ดีขึ้น ซึ่งส่งผลให้กำไรก่อนหักภาษี และค่า
เสื่อม (อี-บิตดา) ปีนี้ดีขึ้น” นายราจีฟ กล่าว

สำหรับปริมาณขายเหล็กของบริษัทปี 2559/2560 จะเติบโต 10% จากปีก่อนอยู่มี 1.14 ล้านตัน เพิ่มขึ้นทั้งการขายในประเทศที่คาดว่าความต้องการจะเติบโต 5% จากโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐ อีกทั้งบริษัทพยายามเพิ่มการส่งออกไปต่างประเทศมากขึ้น เพื่อให้ครอบคลุมกำลังการผลิตของบริษัททั้งหมด 1.7 ล้านตัน และยังได้อัตรากำไรขั้นต้นที่ดีกว่า ปัจจุบันส่งออกไปคือ อินเดีย ลาว กัมพูชา ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย คาดว่าเดือน มิ.ย. จะออกเพิ่มขึ้นไปที่ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ปีนี้สัดส่วนการส่งออกเพิ่มเป็น 12-13% เทียบกับปีก่อนที่ 10%

“กลยุทธ์หนึ่งของเราคือพยายามเพิ่มสัดส่วนการส่งออกและการเพิ่มคลังสินค้าในต่างจังหวัดมากขึ้น โดยปีนี้จะเพิ่มอีก 2 จังหวัด จากปัจจุบันมีทั้งหมด 4 จังหวัด” นายราจีฟ กล่าว

สำหรับรายได้ในปีนี้ตอบไม่ได้ว่าจะเติบโตเท่าไร ขึ้นกับราคาขายเหล็ก แต่เบื้องต้นมองแนวโน้มราคาขายเหล็กทั่วโลกยังผันผวนสูง แต่จะทรงตัวสูงในระดับปัจจุบันที่ 1.7-1.8 หมื่นบาท/ตัน ไปอีก 2-3 เดือน และเดือน ส.ค.ราคาน่าจะปรับตัวลง เพราะเป็นช่วงฤดูมรสุมเข้าหน้าฝน แต่ราคาปัจจุบันถือว่ายังสูงกว่าราคาในเดือน ธ.ค. 2558 ที่อยู่ในระดับ 1.25-1.3 หมื่นบาท/ตัน

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี