
จีบญี่ปุ่นลุยนอก
สามแม่ครัวสยายปีกบุกอาเซียน แตกไลน์สินค้ากลุ่มอาหาร ปั้นสู่รีจินัลแบรนด์ผงาดผู้ผลิตอาหารโลก
สามแม่ครัวสยายปีกบุกอาเซียน แตกไลน์สินค้ากลุ่มอาหาร ปั้นสู่รีจินัลแบรนด์ผงาดผู้ผลิตอาหารโลก
นายเศรษฐา อุดมบัณฑิตกุล กรรมการบริหารฝ่ายขายและการตลาด บริษัท รอแยลฟู้ดส์ ผู้ผลิตและจำหน่ายปลากระป๋องตราสามแม่ครัว เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างเจรจากับบริษัทใหญ่จากประเทศญี่ปุ่นที่มีเครือข่ายการทำธุรกิจทั่วโลก เพื่อขยายการผลิตไปยังอาหารกลุ่มอื่นๆ อย่าง ซาชิมิ ปลาทูน่า และปลาแมคเคอเรล สำหรับทำตลาดในญี่ปุ่น
ขณะเดียวกันยังได้วางเป้าหมายเป็นฐานผลิตส่งออกไปยุโรป คาดว่าจะสรุปผลการเจรจาได้ภายในปีนี้ ซึ่งการจับมือร่วมกับญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในแผนขับเคลื่อนไปสู่การเป็นผู้ผลิตอาหารโลก
ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายมุ่งสร้างแบรนด์สามแม่ครัวให้เป็นแบรนด์สินค้าระดับภูมิภาคอาเซียนหรือรีจินัลแบรนด์ในปี 2563 นับว่าเป็นก้าวสำคัญทำให้บริษัทบรรลุวิสัยทัศน์ที่ต้องการเป็นผู้ผลิตอาหารโลกในอนาคต หลังจากได้ดำเนินธุรกิจ 43 ปี และแข็งแกร่งในตลาดไทย
ทั้งนี้ บริษัทได้ขยายธุรกิจไปยังประเทศอาเซียนแล้ว โดยเวียดนามเป็นอีกหนึ่งฐานการผลิตที่สำคัญนอกจากไทย จากการเข้าไปลงทุนตั้งโรงงานผลิต 2 แห่ง มีกำลังผลิตเป็น 300 ตัน/วัน โรงงานแห่งแรกผลิตสำหรับรองรับตลาดเวียดนาม ส่วนแห่งที่สองเพิ่งเปิดไปเมื่อปลายปีที่แล้วใช้เงินลงทุน 1,000 ล้านบาท เพื่อรองรับตลาดเวียดนามและประเทศเพื่อนบ้าน
“ตลาดอาเซียนยังมีศักยภาพเติบโตได้อีกมาก จากนี้ไปบริษัทเดินหน้าสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักทั่วภูมิภาค ขณะนี้สามแม่ครัวเป็นที่รู้จักและอยู่อันดับต้นๆ ในตลาด โดยวางแผนแตกไลน์สินค้านอกเหนือจากปลากระป๋อง อาทิ คั่วกลิ้งปลาซาร์ดีน น้ำพริกปลาแมคเคอเรล หรือกระทั่งแกงมัสมั่น เป็นต้น เพื่อมีสินค้าให้ครอบคลุมในกลุ่มอาหารมากยิ่งขึ้น” นายเศรษฐา กล่าว
ขณะที่การทำตลาดปีนี้บริษัทใช้งบตลาดเพิ่มขึ้น 20% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา เพราะการแข่งขันทางด้านราคามีความรุนแรง โดยบริษัทเองจะไม่ลงไปแข่งขันราคา แต่จะเน้นการทำตลาดสร้างการรับรู้ปลากระป๋องแบบใหม่ ที่พยายามพัฒนาเมนูใหม่ๆ ให้กับปลากระป๋องว่าสามารถทำอะไรได้หลากหลาย เพื่อขยายตลาดไปยังตลาดระดับกลางให้มากขึ้น รายได้ทั้งปีตั้งเป้าโต 10% หรือกว่า 3,000 ล้านบาท
ด้าน นายสุวิทย์ วังพัฒนมงคล อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ไฮคิวผลิตภัณฑ์อาหาร ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายปลากระป๋องตราโรซ่า กล่าวว่า ภาพรวมตลาดปลากระป๋อง 4 เดือนที่ผ่านมาติดลบ 3% คาดว่าได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง กำลังซื้อผู้มีรายได้น้อยหดตัว เพราะปลากระป๋องเป็นอาหารที่มีฐานลูกค้าดังกล่าวเป็นหลัก โดยพบว่าอัตราการซื้อลดจาก2.4-2.5 กระป๋อง/ครั้ง เหลือ 2.2-2.3 กระป๋อง/ครั้ง
“แนวโน้มว่าตลาดปลากระป๋องมูลค่า 4,000 ล้านบาท ทั้งปีจะไม่เติบโต เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจไม่ดี แต่ตลาดเติบโต 7-8% ขณะนี้ผู้ผลิตแต่ละแบรนด์ใช้กลยุทธ์ราคาอย่างรุนแรง เพราะอัตราการบริโภคหดตัวอย่างมาก”
อย่างไรก็ตาม ตลาดจะกลับมาเติบโตหรือไม่ ต้องลุ้นว่าฤดูฝนจะมาเร็วและเป็นระยะเวลานาน ซึ่งกลุ่มเกษตรกรจะทำการเพาะปลูกและมีกำลังซื้อที่ดีขึ้น สำหรับรายได้บริษัท 4 เดือน รายได้ติดลบ 2% เบื้องต้นยังไม่ได้ปรับเป้าหมายรายได้ตั้งเป้าโต 12% หรือ 2,500 ล้านบาท







