
เอเอ็มดีจับเทรนด์พีซีเกมมิ่ง หั่นราคาสู้หวังดันรายได้โต
โดย...พลพัต สาเลยยกานนท์
โดย...พลพัต สาเลยยกานนท์
เทรนด์ความต้องการ หน่วยประมวลผลกลาง (ซีพียู) และหน่วยประมวลผลกราฟฟิก (จีพียู) ของคอมพิวเตอร์ในปัจจุบันมีทิศทางความต้องการด้านประสิทธิภาพสูงมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากเทคโนโลยีความก้าวหน้าของอุปกรณ์ไอทีและคอมพิวเตอร์ต่างๆ ที่ต้องการหน่วยประมวลผลทั้งสองชนิดดังกล่าว
จอห์น เอ็ม เทย์เลอร์ รองประธานสายงานการตลาด บริษัท เอเอ็มดี ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายหน่วยประมวลผลในอุปกรณ์ไอทีและคอมพิวเตอร์ กล่าวว่า ปัจจุบันทิศทางความต้องการหน่วยประมวลผลในระดับโลกในคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะ (พีซี) ลดลง ซึ่งรับรู้ได้จากสัดส่วนรายได้ของบริษัทในปี 2555 มีสัดส่วนจากหน่วยประมวลผลของพีซีอยู่ที่ 90% ของรายได้รวม แต่ในปัจจุบันสัดส่วนดังกล่าวลดลงเหลือน้อยกว่า 50%
ทั้งนี้ ปัจจุบันสัดส่วนรายได้ของบริษัทในระดับโลกมาจากความต้องการหน่วยประมวลผลในกลุ่มพีซีเกมมิ่งและเกมคอลโซล ซึ่งมีสัดส่วนอยู่ที่มากกว่า 50% ของรายได้รวม โดยทิศทางที่น่าจับตามองคือ กลุ่มอี-สปอร์ต ที่มีปริมาณผู้เล่นกว่า 700 ล้านคนทั่วโลก รวมถึงกลุ่มอุปกรณ์มองภาพเสมือนจริง (วีอาร์) ที่คาดว่าจะมีผู้ใช้อุปกรณ์ดังกล่าวมากกว่า 200 ล้านคนทั่วโลกในปี 2563 จึงมองว่าเป็นตลาดที่ใหญ่มากสำหรับความต้องการหน่วยประมวลผลความละเอียดสูง
ดังนั้นแล้วบริษัทจึงได้โฟกัสในสองลาดดังกล่าว พร้อมเปิดตัวหน่วยประมวลผลชนิดใหม่ที่เรียกว่า เอเอ็มดี เอพียู เจเนอเรชั่นที่ 7 ที่รวมประสิทธิภาพการประมวลผลของซีพียูและจีพียูเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งจะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกในงาน คอมพิวเทค 2016 ที่เมืองไทเป ประเทศจีน ในช่วงต้นเดือน มิ.ย.นี้ สำหรับประเทศไทยจะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในไตรมาส 3/2559
ขณะที่เอเอ็มดีในประเทศไทยมีสัดส่วนรายได้แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ พีซี 80% และโน้ตบุ๊ก 20% ซึ่งพีซีเกมมิ่งในประเทศไทยคิดเป็นสัดส่วนรายได้อยู่ที่ 25% ของสัดส่วนรายได้พีซี และมองว่าในอนาคตมีแนวโน้มเติบโตสูงเช่นเดียวกับในระดับโลก
นอกจากนี้ ประเทศไทยยังเป็นตลาดที่มีความสำคัญของเอเอ็มดี ซึ่งการเปิดตัวดังกล่าวในภูมิภาคมีเพียง 3 ประเทศ ได้แก่ ไทย ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเชีย ที่ได้มีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์เป็นประเทศอันดับต้นของโลก
สำหรับตลาดพีซีในประเทศไทยอยู่ในระดับทรงตัวที่ 1.2-1.3 แสนเครื่อง/ไตรมาส ต่อเนื่องหลายปีไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยมองว่าพีซีเกมมิ่งจะพัฒนาให้ตลาดพีซีเติบโตได้และอาจชดเชยรายได้ของพีซีที่ทรงตัวให้เติบโตขึ้น
อย่างไรก็ตาม ปี 2559 เอเอ็มดี ประเทศไทย ตั้งเป้ารายได้อยู่ที่ 900 ล้านบาท เติบโตขึ้นจากปีก่อนที่อยู่ที่ 700 ล้านบาท จากปัจจัยปริมาณความต้องการอัพเกรดคอมพิวเตอร์ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น จึงคาดว่าจะมีการเติบโตทางด้านมูลค่าขณะที่ด้านปริมาณลดลง
นอกจากนั้น ในปีนี้เอเอ็มดียังได้สนับสนุนเอเอ็มดี ประเทศไทย ในการส่งเสริมกิจกรรมทางการตลาดและราคาจำหน่ายให้มีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้งบประมาณทางการตลาดในประเทศไทยปีนี้ลดลงราว 30% จากปีก่อน ดังนั้นเองจึงทำให้ราคาขายผลิตภัณฑ์เฉลี่ยลดลง 3-5% เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าถึงได้ง่ายขึ้นรับสถานการณ์แข่งขันรุนแรง
ที่สำคัญยังได้มีการปรับกลยุทธ์การทำการตลาดโดยมุ่งเน้นด้านออนไลน์มาร์เก็ตติ้งยิ่งขึ้น ประกอบกับความร่วมมือกับพันธมิตรผู้ค้าปลีกและแบรนด์ไอทีให้เข้าถึงผู้บริโภคมากขึ้น







