
ปลุกอินเดีย เพิ่มรายการ 'สินค้าFTA'
ไทยถกอินเดียเร่งสรุปเพิ่มรายการสินค้าภายใต้ข้อตกลงเอฟทีเอ หวังดันมูลค่าการค้าระหว่างกัน
ไทยถกอินเดียเร่งสรุปเพิ่มรายการสินค้าภายใต้ข้อตกลงเอฟทีเอ หวังดันมูลค่าการค้าระหว่างกัน
นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ได้หารือกับนายภควันต สิงห พิศโนอีเอกอัครราชทูตอินเดียประจำประเทศไทย ซึ่งทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันว่าจะเร่งรัดการเจรจาเพิ่มรายการสินค้าภายใต้ข้อตกลงเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ไทย-อินเดีย ให้บรรลุข้อตกลงโดยเร็ว โดยไทยเสนอว่าให้เปิดเสรีสินค้าเท่าที่ตกลงกันได้ก่อน ไม่ต้องรอเปิดเสรีสินค้าพร้อมกันทั้งหมด 5,000 รายการ ส่วนสินค้าอื่นๆ ที่ยังตกลงกันไม่ได้ให้บรรจุไว้ในแผนที่จะต้องเจรจากันในอนาคต
ทั้งนี้ ปัจจุบันมีการเปิดเสรีสินค้าระหว่างไทยและอินเดีย 82 รายการ ในปี 2547 จากนั้นไทยและอินเดียพยายามเจรจาเพิ่มรายการสินค้าภายใต้ข้อตกลงเอฟทีเอมาตั้งแต่ปี 2548 แต่ผ่านมา 13 ปีแล้ว แต่การเจรจายังไม่ได้ข้อยุติ
นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันว่าจะผลักดันการเจรจาความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) ให้เสร็จสิ้นตามแผนภายในปีนี้ และไทยยินดีจะสนับสนุนภาคเอกชนไทยในสาขาก่อสร้าง อาหาร และบริการ เข้าไปลงทุนในอินเดีย หลังจากอินเดียได้ออกนโยบาย Make in India, Smart Cities เป็นต้น
นางอภิรดี กล่าวว่า ไทยยังขอให้อินเดียเร่งแก้ปัญหาการส่งออกสินค้าทองคำ เนื่องจากที่ผ่านมาไทยได้ปฏิบัติตามกฎเกี่ยวกับแหล่งกำเนิดสินค้าทองคำของอินเดีย โดยได้ส่งหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าทองคำย้อนหลังไปให้อินเดียแล้ว แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้คำตอบกลับมา
ปัจจุบันอินเดียเป็นคู่ค้าอันดับที่ 15 ของไทย และเป็นคู่ค้าอันดับที่ 1 ของไทยในภูมิภาคเอเชียใต้ โดยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (2554-2558) ไทยและอินเดียมีมูลค่าการค้าระหว่างกันเฉลี่ย 8,468 ล้านเหรียญสหรัฐ/ปี โดยในปี 2558 มูลค่าการค้าระหว่างกันอยู่ 7,924 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นสัดส่วน 1.9% ของการค้าทั้งหมดของไทย และไทยได้เปรียบดุลการค้า 2,667 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยสินค้าสำคัญที่ไทยส่งออกไปอินเดีย เช่น เม็ดพลาสติก เคมีภัณฑ์ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ส่วนสินค้าที่ไทยนำเข้า เช่น เคมีภัณฑ์ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เครื่องเพชรพลอย อัญมณี เงินแท่ง และทองคำ







