
เงินฝาก 25-50 ล้านขยับแรง โยกหาผลตอบแทนสูง
โดย...พรสวรรค์ นันทะ
โดย...พรสวรรค์ นันทะ
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานยอดเงินรับฝาก แยกตามขนาดและอายุเงินฝากของธนาคารพาณิชย์ทั้งระบบ ล่าสุด ณ เดือน มี.ค.ที่ผ่านมา พบว่า เงินฝากในบัญชีที่มีวงเงินไม่เกิน 25 ล้านบาท และไม่เกิน 50 ล้านบาท ลดลงถึง 2.47 หมื่นล้านบาท คาดว่าเป็นการปรับตัวของผู้ฝากเงินรองรับการลดวงเงินคุ้มครองเงินฝากลงเหลือไม่เกิน 1 ล้านบาท/บัญชี/คน ก่อนที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) จะมีมติเลื่อนระยะการลดวงเงินคุ้มครองออกไป รวมทั้งอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่ต่ำมาเป็นระยะเวลานาน ทำให้ผู้ฝากถอนเงินไปหาผลตอบแทนที่สูงกว่า
ทั้งนี้ ธปท.รายงานว่า สิ้นเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา ธนาคารพาณิชย์ทั้งระบบมีจำนวนบัญชีเงินฝากทุกประเภทรวม 87.97 ล้านบัญชี มีวงเงินรวม 12.33 ล้านล้านบาท โดยจำนวนบัญชีเพิ่มขึ้น 1.7 ล้านบัญชี หรือ 1.96% เมื่อเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อน และจำนวนเงินเพิ่มขึ้น 2.93 แสนล้านบาท หรือ 2.44%
อย่างไรก็ดี น่าสังเกตว่าเงินฝากที่มีขนาดเกินกว่า 10 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 25 ล้านบาท กลับลดลง โดยมีจำนวน 7.18 หมื่นบัญชี มีวงเงินรวม 1.09 ล้านล้านบาท ลดลง 710 บัญชี หรือ 0.98% และลดลง 1.32 หมื่นล้านบาท หรือ 1.2% เช่นเดียวกับเงินฝากขนาดเกินกว่า 25 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 50 ล้านบาท ที่มีจำนวน 2.23 หมื่นบัญชี มีวงเงินรวม 7.93 แสนล้านบาท ลดลง 261 บัญชี หรือ 1.16% และลดลง 1.15 หมื่นล้านบาท หรือ 1.44% ตามลำดับ ซึ่งเงินฝาก 2 ประเภทลดลงรวมกันถึง 2.47 หมื่นล้านบาท
สำหรับรายละเอียดของเงินฝากที่เพิ่มขึ้น มีดังนี้ 1) ที่ไม่เกิน 5 หมื่นบาท มี 76 ล้านบัญชี มีวงเงินรวม 3.72 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.32 ล้านบัญชี หรือ 1.77% และ 1.16 หมื่นล้านบาท หรือ 3.22% 2) เกินกว่า 5 หมื่นบาท แต่ไม่เกิน 1 แสนบาท มีจำนวน 3.74 ล้านบัญชี มีวงเงินรวม 2.65 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.07 แสนบัญชี หรือ 2.96% และ 7,203 ล้านบาท หรือ 2.8% 3) เกินกว่า 1 แสนบาท แต่ไม่เกิน 2 แสนบาท มีจำนวน 2.98 ล้านบัญชี มีวงเงินรวม 4.14 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.47 หมื่นบัญชี หรือ 3.28% และ 1.15 หมื่นล้านบาท หรือ 2.85% 4) เกินกว่า 2 แสนบาท แต่ไม่เกิน 5 แสนบาท มีจำนวน 2.66 ล้านบัญชี มีวงเงินรวม 8.43 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.64 หมื่นบัญชี หรือ 2.56% และ 1.62 หมื่นล้านบาท หรือ 1.96%
5) เกินกว่า 5 แสนบาท แต่ไม่เกิน 1 ล้านบาท มีจำนวน 1.25 ล้านบัญชี มีวงเงินรวม 8.93 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.9 หมื่นบัญชี หรือ 4.08% และ 2.71 หมื่นล้านบาท หรือ 3.13% 6) เกินกว่า 1 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 10 ล้านบาท มีจำนวน 1.26 ล้านบัญชี มีวงเงินรวม 3.23 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.5 หมื่นบัญชี หรือ 4.57% และ 9.02 หมื่นล้านบาท หรือ 2.87% 7) เกินกว่า 50 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 100 ล้านบาท มีจำนวน 1.05 หมื่นบัญชี มีวงเงินรวม 7.48 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 122 บัญชี หรือ 1.17% และ 2,585 ล้านบาท หรือ 0.35%
และ 8) เกินกว่า 100 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 200 ล้านบาท มีจำนวน 4,872 บัญชี มีวงเงินรวม 6.81 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 136 บัญชี หรือ 2.87% และ 1.58 หมื่นล้านบาท หรือ 2.38% 9) เกินกว่า 200 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 500 ล้านบาท มีจำนวนบัญชี 2,693 บัญชี มีวงเงินรวม 8.4 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 65 บัญชี หรือ 2.47% และ 1.57 หมื่นล้านบาท หรือ 1.9% 10) ตั้งแต่ 500 ล้านบาทขึ้นไป มีจำนวนบัญชี 1.368 บัญชี มีวงเงินรวม 2.17 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 86 บัญชี หรือ 6.71% และ 1.2 แสนล้านบาท หรือ 5.86%
อมรเทพ จาวะลา ผู้อำนวยการสำนักวิจัย สายบริหารความเสี่ยง ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า ผลจากการเลื่อนการลดวงเงินคุ้มครองเงินฝาก จะเห็นไม่ชัดในระยะแรก แต่ในอีก 2-3 ปีข้างหน้าที่มีการทยอยลดวงเงินเหลือ 1 ล้านบาท จะเห็นผลกระทบที่ชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะผู้มีเงินฝากระหว่าง 1-10 ล้านบาท ที่มีสัดส่วนถึง 26.4% ของเงินฝากทั้งหมดในระบบธนาคารพาณิชย์ไทย และมีจำนวนบัญชีรวม 1.26 ล้านบัญชี หรือผู้ฝากกลุ่มนี้จะมีเงินฝากเฉลี่ย 2.57 ล้านบาท/บัญชี จะเริ่มมีการเคลื่อนย้ายบัญชีไปลงทุนในสินทรัพย์อื่นที่ผลตอบแทนมากกว่า
นอกจากนี้ การเลื่อนระยะเวลาการปรับลดวงเงินคุ้มครอง และทยอยปรับลดเป็นขั้นบันไดจะช่วยให้ผู้ฝากเงินมีเวลาในการศึกษาทางเลือกในการลงทุนต่างๆ มากขึ้น สอดคล้องกับการที่ทางการมีการผ่อนคลายข้อกำหนดต่างๆ เพื่อสนับสนุนผู้ออมให้มีทางเลือกในการลงทุนที่หลากหลาย สามารถกระจายความเสี่ยงได้มากขึ้นทั้งในและต่างประเทศ ช่วยลดโอกาสที่จะเกิดปัญหาการขาดทุนในสินทรัพย์ที่ลงทุนทุกอย่างพร้อมๆ กัน
ขณะที่สถาบันการเงินคาดว่าจะมีต้นทุนทางการเงินในการระดมเงินฝากสูงขึ้น จากการลดวงเงินคุ้มครองเงินฝากและหลักเกณฑ์มาตรฐานที่ใช้คำนวณดัชนีชี้ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง







