
จัดแพ็กเกจอุ้มผู้สูงอายุ
คลังเร่งศึกษาแพ็กเกจดูแลผู้สูงอายุ ปิ๊งไอเดียให้เอกชนรับวัยเกษียณทำงาน โดยให้สิทธิทางภาษี
คลังเร่งศึกษาแพ็กเกจดูแลผู้สูงอายุ ปิ๊งไอเดียให้เอกชนรับวัยเกษียณทำงาน โดยให้สิทธิทางภาษี
นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เร่งศึกษาแพ็กเกจที่จะใช้ในการดูแลคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุแบบครบวงจร เพื่อทำให้คุณภาพของผู้สูงอายุในประเทศไทยดีขึ้น เพราะในอนาคต ไทยมีสัญญาณการเป็นสังคมผู้สูงอายุสูงขึ้น ดังนั้น หากไม่ดูแลตั้งแต่ขณะนี้อาจทำให้รัฐบาลต้องมีภาระงบประมาณในการดูแลผู้สูงอายุสูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้แพ็กเกจการดูแลคุณภาพผู้สูงอายุแบบครบวงจรยังเป็นเพียงแค่แนวคิดที่อยู่ระหว่างการศึกษา โดยแนวคิดเบื้องต้น รัฐอาจจะมีสิทธิประโยชน์ทางภาษีให้กับบริษัทเอกชนที่จ้างผู้สูงอายุทำงาน เพราะพอผู้สูงอายุมีงานทำ มีรายได้ จะช่วยรัฐลดภาระงบประมาณที่จะไปดูแลคนชรา ตรงนี้เป็นหนึ่งในแนวคิดที่ สศค.กำลังพิจารณา หรือการชักจูงให้เข้าสู่กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ไปจนถึงเรื่องการปรับเงื่อนไขการจ่ายเบี้ยผู้สูงอายุเดือนละ 600 บาท ไปจนถึงเรื่องการให้สวัสดิการด้านที่อยู่อาศัยกับผู้สูงอายุ การใช้ที่ดินราชพัสดุ มาสร้างบ้านให้ผู้สูงอายุอยู่ และกรณีการนำบ้านของผู้สูงอายุมาเปลี่ยนเป็นเงินกู้ เพื่อให้ธนาคารจ่ายเงินเป็นรายเดือนให้ผู้สูงอายุไปใช้จ่ายช่วงบั้นปลายของชีวิต (Reverse Mortgage)
“สศค.เป็นห่วงว่าในอนาคตรัฐต้องใช้เงินดูแลผู้สูงอายุมากขึ้น จึงคิดถึงแนวทางใดบ้างที่จะเข้าไปดำเนินการ หากคิดเสร็จเมื่อไรคงจะเสนอมา จึงไม่อยากให้วิจารณ์ในสิ่งที่ยังไม่จบ อย่างกรณีเบี้ยยังชีพคนชรา รัฐไม่ใช่ตัดทิ้งทั้งหมด เท่าที่ดูพบว่ามีกลุ่มคนรวยบางกลุ่มไม่รับเบี้ยนี้ บางคนรับแล้วไปทำบุญ ดังนั้น ถ้าจำกัดขอบเขตการรับเงินได้จะทำให้รัฐประหยัดเงินและนำไปใช้ประโยชน์ด้านอื่นได้” นาย อภิศักดิ์ กล่าว
นายอภิศักดิ์ กล่าวอีกว่า การปรับเงื่อนไขการจ่ายเบี้ยผู้สูงอายุเดือนละ 600 บาทนั้น เบื้องต้นได้มีการหารือกับผู้สูงอายุที่มีรายได้สูง ส่วนใหญ่ต่างก็เห็นด้วยที่จะดึงค่าใช้จ่ายในส่วนนี้จากผู้สูงอายุที่มีรายได้สูงไปให้กับผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อยและมีความจำเป็นมากกว่า เพื่อให้ผู้สูงอายุกลุ่มที่มีจำเป็นได้มีรายได้ในการยังชีพ และสามารถที่จะดูแลตัวเองได้มากขึ้น แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่า แนวคิดดังกล่าวจะเสร็จเป็นรูปเป็นร่างได้เมื่อใด
ก่อนหน้านี้ กระทรวงการคลังมีแนวคิดที่จะปรับปรุงการจ่ายเบี้ยยังชีพให้แก่ผู้สูงอายุ โดยจะกำหนดวิธีการใหม่ คือให้เฉพาะผู้สูงอายุที่มีรายได้เดือนละไม่เกิน 9,000 บาท และมีทรัพย์สินเกิน 3 ล้านบาท แต่ต้องมาลงทะเบียนกับรัฐบาล ซึ่งจะทำให้รัฐบาลประหยัดภาระงบประมาณได้ปีละ 1 หมื่นล้านบาท







