
ซิกน่าฯแข่งดุประกันโรคร้าย
ซิกน่าฯ ออกประกัน 3 โรคร้ายแรง มีค่ารักษาต่อเนื่องรายแรกในไทย ตั้งเป้ายอดขาย 12 เดือน 100 ล้านบาท
ซิกน่าฯ ออกประกัน 3 โรคร้ายแรง มีค่ารักษาต่อเนื่องรายแรกในไทย ตั้งเป้ายอดขาย 12 เดือน 100 ล้านบาท
นายจูเลียน เมงกัล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท ซิกน่า ประกันภัย เปิดเผยว่า บริษัทได้ออกแผนประกันสุขภาพสามกลุ่มโรคร้ายแรงที่คร่าชีวิตคนไทยสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ โรคมะเร็งระยะลุกลาม (Cancer) โรคหลอดเลือดสมองตีบ แตกหรืออุดตัน (Stroke) และโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันจากการขาดเลือด (Heart attack) ตั้งเป้ายอดขาย 12 เดือน ไว้ที่ 100 ล้านบาท โดยปีนี้บริษัทตั้งเป้าเบี้ยรับรวม 1,425 ล้านบาท เติบโตไม่ต่ำกว่า 15% จากปีที่ผ่านมา
สำหรับแผนประกันสุขภาพสามกลุ่มโรคร้ายแรงทั้งการจ่ายเงินก้อนทันทีที่ตรวจพบว่าเป็นโรคร้ายแรง ซึ่งเหมือนกับสินค้าในตลาดทั่วไป แต่จุดเด่นและข้อแตกต่างจากแบบประกันโรคร้ายแรงที่ขายทั่วไป คือ มีค่ารักษาพยาบาลต่อเนื่อง ทั้งผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอก รวมถึงครอบคลุมการรักษากับแพทย์ทางเลือก และบริการเสริม สายด่วนสุขภาพ 24 ชั่วโมง บริการเคลื่อนย้ายฉุกเฉินทางการแพทย์ยามเดินทางทั่วโลก
นอกจากนี้ การมุ่งคุ้มครองเฉพาะโรค ทำให้เบี้ยประกันภัยต่ำกว่าแบบประกันในตลาดที่เหมารวมโรคร้ายแรงหลายโรคเข้าด้วยกัน เช่น แผนประกันโรคร้าย 3 โรคของบริษัทช่วงอายุ 36-40 ปี ความคุ้มครอง 3 ล้านบาท เบี้ยของบริษัทคู่แข่งจะอยู่ที่ 5 หมื่นบาท/ปี แต่ของบริษัทซิกน่าฯ จะอยู่ที่ 2 หมื่นบาท หรือเฉลี่ยเดือนละ 1,700 บาท โดยจะได้รับเงินก้อนแรกทันทีที่ตรวจพบ 5 แสนบาท และค่ารักษาพยาบาลต่อเนื่องจ่ายตามจริงแต่ไม่เกิน 2.5 ล้านบาท รับประกันตั้งแต่อายุ 20-60 ปี และมีระยะเวลารอคอย 120 วันหลังจากซื้อประกันจึงจะได้รับความคุ้มครอง
ทั้งนี้ ลูกค้าสามารถแยกซื้อโรคเดียวก็ได้ เช่น ลูกค้าอายุ 36-40 ปี ที่ซื้อประกันโรคมะเร็งระยะลุกลาม จะจ่ายค่าเบี้ยเริ่มต้น 283 บาท/เดือน จะได้รับเงินก้อนเมื่อตรวจพบทันที 1 แสนบาท และค่ารักษาต่อเนื่องตามจริงแต่ไม่เกิน 5 แสนบาท กรณีลูกค้าไปใช้บริการรักษาพยาบาลกับโรงพยาบาลในเครือข่ายไม่ต้องสำรองจ่ายล่วงหน้า แต่ถ้าเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลนอกเครือข่ายต้องสำรองจ่ายไปก่อนแล้วมาเบิกเป็นงวดๆ ตามที่จ่ายจริง
ด้านข้อมูลล่าสุดของสำนักงานสถิติแห่งชาติระหว่างปี 2552-2556 ในทุกๆ วัน มีผู้เสียชีวิตจากโรคมะเร็งมากกว่า 375 ราย จากโรคหลอดเลือดสมอง 158 ราย และจากโรคหัวใจ 137 ราย เป็นตัวเลขที่พุ่งสูงขึ้นอย่างน่ากังวลเมื่อเทียบกับช่วงเวลาก่อนหน้านี้







