
‘เบ็นคิว’บุกเกมมิ่งเกียร์ จับกลุ่มผู้ใช้งานเฉพาะ
โดย...พลพัต สาเลยยกานนท์
โดย...พลพัต สาเลยยกานนท์
ภายหลังที่ เบ็นคิว การเข้าซื้อกิจการในโซวี่ (Zowie) บริษัทผู้ผลิตเกมมิ่งเกียร์ในข้อตกลงระดับโลก ส่งผลให้บริษัทขยายตลาดเพิ่มกลุ่มเป้าหมายเพิ่มขึ้นด้วยผลิตภัณฑ์ในกลุ่มดังกล่าวเพิ่มมากขึ้น
สำหรับในประเทศไทย พัทธกร พรศิริธิเวช ผู้จัดการใหญ่ประจำประเทศไทย บริษัท เบ็นคิว (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตั้งแต่ไตรมาส 3/2559 เป็นต้นไป บริษัทจะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ในกลุ่มใหม่ภายใต้ชื่อ โซวี่ แบรนด์บาย เบ็นคิว (Zowie Brand by BenQ) อาทิ เมาส์ คีย์บอร์ด หูฟัง และอุปกรณ์เกมมิ่งเกียร์ครบไลน์ผลิตภัณฑ์
ทั้งนี้ บริษัทยังได้เตรียมขยายฐานลูกค้าและการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ของบริษัทในตลาดอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ที่ปัจจุบันมีจำนวนผู้ให้บริการอยู่ที่ 3 หมื่นรายทั่วประเทศ ซึ่งจะมีรอบการเปลี่ยนจอมอนิเตอร์และเกมมิ่งเกียร์ทุก 3 ปี โดยตั้งเป้าหมายอยู่ที่ 20% ของจำนวนดังกล่าว
“การแข่งขันของอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ในปัจจุบันอยู่ที่ความทันสมัยของอุปกรณ์ภายในร้าน ซึ่งจะสามารถสร้างราคาค่าเช่าต่อชั่วโมงได้เพิ่มมากขึ้น ดังนั้นบริษัทจึงมองเห็นโอกาสในการเข้าทำตลาด
ดังกล่าวในร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่”
ขณะเดียวกัน ภาพรวมตลาดสินค้าไอทีในกลุ่มเกมมิ่งเกียร์ยังมีอัตราเติบโตในระดับ 2 หลัก แม้ว่าสถานการณ์เศรษฐกิจจะชะลอตัว เนื่องจากกำลังซื้อผู้บริโภคกลุ่มดังกล่าวไม่ได้รับผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจ แต่มีพฤติกรรมความต้องการอุปกรณ์ที่สามารถตอบสนองได้ดี สำหรับเป้าหมายของบริษัทในประเทศไทยของผลิตภัณฑ์กลุ่มเกมมิ่งเกียร์อยู่ที่ 10 ล้านบาท ภายในปีนี้
ขณะที่เป้าหมายรวมของบริษัทในปีนี้คาดว่าจะเติบโตขึ้นในระดับ 10-15% หรืออยู่ที่ 800 ล้านบาท จากปีก่อนอยู่ที่ 700 ล้านบาท โดยแบ่งสัดส่วนรายได้ 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1.กลุ่มจอมอนิเตอร์อยู่ที่ 45% 2.กลุ่มโปรเจกเตอร์ 40% 3.กลุ่มจอภาพขนาดใหญ่ 10% และ 4.กลุ่มโคมไฟส่องสว่าง 5%
สำหรับตลาดจอมอนิเตอร์ในประเทศไทยปี 2559 คาดว่าจะมีอัตราเติบโต 5-10% ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี จากระดับเฉลี่ยอยู่ที่ 1-1.1 ล้านเครื่อง เนื่องจากปัจจัยการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ส่งผลต่อกำลังซื้อผู้บริโภคในปีนี้ รวมถึงโครงการรัฐทางด้านการศึกษาและโครงการต่างๆ ทำให้ปริมาณความต้องการจอมอนิเตอร์เติบโตขึ้น
ในส่วนของตลาดรวมโปรเจกเตอร์ที่มีปริมาณอยู่ที่ 1 แสนเครื่อง/ปี บริษัทยังคงมุ่งเน้นเจาะตลาดในกลุ่มโฮมวิดีโอ ซึ่งมีสัดส่วนอยู่ที่ 15% ของตลาด และบริษัทมีส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ 40% ในกลุ่ม
ดังกล่าว ซึ่งในปีนี้บริษัทมีแผนการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ไม่น้อยกว่า 10 รุ่น
พัทธกร กล่าวว่า แผนการตลาดในปีนี้นอกเหนือจากกลุ่มเกมมิ่งเกียร์บริษัทยังมุ่งเน้นเจาะกลุ่มความต้องการเฉพาะในด้านต่างๆ อาทิ จอมอนิเตอร์สำหรับช่างภาพ จอมอนิเตอร์สำหรับกราฟฟิกดีไซน์และจอคุณภาพสูงต่างๆ ซึ่งมองว่ากลุ่มดังกล่าวนี้ยังมีความต้องการสูงอยู่โดยเฉพาะกลุ่มองค์กร จึงมองว่าจะสามารถบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ได้
นอกจากนั้น สำหรับรายได้ของเบ็นคิวในประเทศไทย เมื่อเทียบกับในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกอยู่ในอันดับท็อป 5 ด้านมูลค่ายอดขาย ซึ่งถือได้ว่าประเทศไทยเป็นศูนย์กลางในภูมิภาคอาเซียนและได้รับสิทธิในการจำหน่ายในกลุ่มประเทศอินโดไชน่า ซึ่งปัจจุบันมีการทำตลาดผ่านผู้แทนจำหน่าย (ดีลเลอร์) ใน 3 ประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่ สปป.ลาว กัมพูชา และเมียนมา
จากกลยุทธ์และความร่วมมือเจาะกลุ่มตลาดใหม่ครั้งนี้ จึงมั่นใจว่าจะทำให้บริษัทเติบโตได้สวนทางกระแสเศรษฐกิจชะลอตัว







