posttoday
ความท้าทายครั้งใหญ่ของโลกการเงิน ต่อแพลตฟอร์มทางธุรกิจใหม่

ความท้าทายครั้งใหญ่ของโลกการเงิน ต่อแพลตฟอร์มทางธุรกิจใหม่

17 พฤษภาคม 2559

โดย...ดร.ธัชพล กาญจนกูล รองผู้อำนวยการอาวุโส ธนาคารออมสิน

โดย...ดร.ธัชพล กาญจนกูล รองผู้อำนวยการอาวุโส ธนาคารออมสิน

ในบทความที่แล้วผมได้ทิ้งท้ายว่าจะนำเสนอโมเดลการทำธุรกิจ Alibaba Group ที่สามารถปลดล็อกนวัตกรรมท้องถิ่นสู่ตลาดอี-คอมเมิร์ซอย่างไร้ขีดจำกัด จนสามารถทำให้มูลค่าไอพีโอสูงถึง 7 ล้านล้านบาท เกินครึ่งของจีดีพีทั้งประเทศของไทย เป็นสิ่งที่น่าสนใจมากครับ เพราะนิเวศทางธุรกิจ (Eco-systems) ของอาลีบาบาสามารถนำมาพัฒนาแก้ไขปัญหาคอขวดของอี-คอมเมิร์ซ และผู้ประกอบการเอสเอ็มอีได้อย่างลงตัว เพราะเอสเอ็มอีไทยมีผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพดีๆ มากมาย แต่ไม่สามารถสร้างมูลค่าจากซัพพลายเชนได้ เพราะผลิตมาแล้วไม่รู้จะขายที่ไหน ไปมาทุกช่องทางแล้ว สุดท้ายก็ต้องปิดกิจการเป็นที่น่าเสียดายมากครับ...

การเปลี่ยนแปลงและความท้าทายครั้งใหญ่ของโลกการเงินคืออะไร ก่อนที่เราจะไปพบคำตอบ ผมขอยกตัวอย่างคำพูดของแจ็ค หม่า ซีอีโอของ Alibaba Group ที่กล่าวว่า “ถ้าธนาคารไม่เปลี่ยนแปลง เราก็จะเปลี่ยนแปลงธนาคาร” และไม่ได้พูดเฉยๆ เพราะธุรกิจที่สร้างรายได้เป็น
กอบเป็นกำไม่ใช่แพลตฟอร์มการค้าของอาลีบาบาที่มีมูลค่าตลาด 1.75 แสนล้านล้านบาท (5,000 ล้านเหรียญสหรัฐ) เท่านั้น แต่เป็น Ant Finance ต่างหากที่มูลค่าถึง 60 พันล้านล้านเหรียญสหรัฐ หรือกว่า 2.1 ล้านล้านบาท พอๆ กับงบประมาณประเทศไทยทั้งปี

ผมจึงขอสรุป Business Model ของ Alibaba Group ว่าเป็นการสร้างนิเวศทางธุรกิจ และทำเงินจากธุรกิจต่อเนื่อง ซึ่งเป็นทั้ง B2B B2C และก็ C2C เริ่มจากสร้างแพลตฟอร์มการค้าอี-คอมเมิร์ซ เพื่อให้ผู้ประกอบการรายย่อยทั่วประเทศมาเปิดร้านค้าฟรีบนเว็บไซต์ ให้สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลนำเสนอสินค้าสร้างระบบการชำระเงินที่น่าเชื่อถือ และการส่งมอบสินค้าที่มีคุณภาพ ทั้งสามกิจกรรมเป็นการพัฒนาการบริการที่สอดคล้องกับบริบทของประเทศจีน ซึ่งเป็นจุดอ่อนของแพลตฟอร์มต่างประเทศ ที่ส่วนใหญ่ผู้ซื้อต้องชำระเงินก่อนโดยโอนเงินเข้าบัญชีผู้ขาย (P2P)

ขณะที่อาลีบาบาเป็นแพลตฟอร์มการชำระเงินผ่านบุคคลที่สามอย่างแท้จริง โดยให้ผู้ซื้อโอนเงินเข้าบัญชีเสมือน (Virtual Account) ของระบบ ระบบก็จะแจ้งผู้ขายว่าได้รับเงินแล้ว ผู้ขายก็จะส่งของให้ผ่านระบบโลจิสติกส์ในเครือ เมื่อผู้ซื้อตรวจรับสินค้าแล้วไม่มีปัญหา ก็สั่งให้ระบบจ่ายเงิน ผู้ขายก็ไปถอนเงินหรือโอนไปซื้อกองทุนตลาดเงิน จึงได้รับความนิยมมาก ประเด็นที่น่าสนใจเป็นกรณีศึกษาหรือการสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในชนบทของจีนได้เสนอขายสินค้าผ่านโลกอินเทอร์เน็ตที่ปัจจุบันมีลูกค้าที่ Active กว่า 400 ล้านคน ที่สำคัญเป็นซัพพลายเชนที่ครบวงจรและใหญ่มาก ประเด็นนี้ผมว่าสำคัญเพราะไม่ใช่เป็นการให้เครื่องมือหากินอย่างเดียว หากรวมไปถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การดำเนินธุรกิจและนำพาร้านค้าต่างๆ ไปสู่ตลาดโลกได้อย่างน่าทึ่ง

การเปลี่ยนแปลงที่สอง คือ ระบบการชำระเงินสำหรับบุคคลที่สาม เป็นนวัตกรรมที่สอดคล้องกับการบริโภคของจีนที่ไม่นิยมใช้บัตรเครดิตเมื่อเทียบกับฝั่งยุโรป การใช้งานไม่ยุ่งยาก ดังนั้นสามารถชำระสินค้าอุปโภคบริโภค บริการทุกอย่างบนแพลตฟอร์มนี้ และประเด็นที่สามคือระบบการส่งมอบสินค้า ซึ่งเป็นการร่วมมือกับผู้ประกอบการท้องถิ่น ขณะที่แพลตฟอร์มก็จะจัดการเรื่องการติดตามสินค้า ควบคุมคุณภาพการให้บริการอย่างเข้มงวด

ทั้งสามประเด็นผมเห็นว่าเป็นการทำธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจพื้นฐานที่แท้จริงและยั่งยืน จึงไม่แปลกใจที่ธุรกิจนี้จึงไม่ใช่ผู้สร้างรายได้หลักของ Alibaba Group แต่เขาสามารถนำข้อมูลสมาชิกผู้ประกอบการ ผู้ซื้อที่ลงทะเบียน รวมถึง Transaction ต่างๆ ที่เกิดขึ้นหลายล้านคน/รายการ (บิ๊กดาต้า) ไปต่อยอดสร้างธุรกิจ Cloud Computing and Internet Infrastructure เช่น การนำข้อมูลไปวิเคราะห์เครดิตผู้ซื้อผู้ขายแล้วไปต่อยอดธุรกิจไมโครไฟแนนซ์ ที่ปล่อยกู้ให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีนั่นเอง ขณะเดียวกันก็นำเสนอขายประกัน และการบริหารการเงินส่วนบุคคล ที่ดึงเงินฝากออกจากระบบธนาคาร เงินจากบัญชีร้านค้า และของลูกค้าเองที่สามารถซื้อกองทุนได้ตั้งแต่ 1 หยวน จนสามารถสร้างมูลค่ากองทุนอันดับหนึ่งตลาดเงินสูงถึง 1 ล้านล้านหยวน และในที่สุดเกือบทุกธนาคารในจีนต้องลงมาเล่นในตลาดล่างอย่างหลีกเหลี่ยงไม่ได้เพราะทนความยั่วยวนจากรายได้ค่าธรรมเนียมไม่ไหว หรือเพื่อรักษาฐานลูกค้านั่นเอง

ข้อสรุปของบทความนี้ ผมเห็นว่าต่อไประบบธนาคารของไทยกำลังได้รับความท้าทายจากกระแสเทคโนโลยีอี-คอมเมิร์ซ อย่างแท้จริง จากบทบาทดั้งเดิม “ฝาก กู้ โอน” จะถูกทดสอบและแข่งขันจากผู้ประกอบการหน้าใหม่ๆ เริ่มจากการโอนเงิน การกู้เงิน การฝากเงิน และการลงทุน โดยมีนวัตกรรมการเงินสมัยใหม่ (ฟินเทค) บนแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ใช้งานได้ง่าย สะดวก รวดเร็ว และจะเป็นการเปลี่ยนแปลงวิถีการดำเนินชีวิตประจำวัน การทำธุรกิจการเงินในอนาคต ซึ่งสถาบันการเงินทุกแห่งจำเป็นต้องปรับตัวให้ทันต่อกระแสการเปลี่ยนแปลงนี้ครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท