
TASCOลุ้นกำไร5พันล้าน
TASCO แย้มปี 2559 ปีทอง ตั้งเป้าขาย 2.60-2.70 ล้านตัน ไม่รวมรัฐอัดงบก้อนโต ลุยตลาดอินเดีย ราคายางมะตอยสูง
TASCO แย้มปี 2559 ปีทอง ตั้งเป้าขาย 2.60-2.70 ล้านตัน ไม่รวมรัฐอัดงบก้อนโต ลุยตลาดอินเดีย ราคายางมะตอยสูง
นายชัยวัฒน์ ศรีวรรณวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทิปโก้แอสฟัลท์ (TASCO) เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้าหมายปริมาณขายยางมะตอยรวมในปี 2559 ไว้ที่ประมาณ 2.60-2.70 ล้านตัน จากปี 2558 ที่ 2.29 ล้านตัน หลังจากไตรมาสแรกสามารถขายได้ประมาณ 6 แสนตัน แบ่งเป็นการขายในประเทศ 1.80 แสนตัน และต่างประเทศ 4.20 แสนตัน
อย่างไรก็ตาม เป้าหมายดังกล่าวยังไม่รวมโอกาสที่บริษัทจะได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่รัฐบาลประกาศจะจัดสรรงบประมาณ 1.20 หมื่นล้านบาท เพื่อก่อสร้างถนน หากออกมาได้จะเป็นปัจจัยบวกสำคัญให้มีความต้องการใช้ยางมะตอยเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และใช้เวลา 1 ปีในการรับรู้รายได้ หากรัฐบาลใช้เงินในปี 2559 จะทำให้กำไรของบริษัทดีกว่าปี 2558 ทั้งนี้ในปี 2558 บริษัทมีกำไรสุทธิที่ดีที่สุดในประวัติของกลุ่ม จำนวน 5,078 ล้านบาท พุ่งขึ้น 323% จากปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1,200 ล้านบาท
ทั้งนี้ ในไตรมาส 1/2559 บริษัทมีกำไรสุทธิ 1,185 ล้านบาท ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1,125 ล้านบาท และคาดว่าปริมาณขายในครึ่งปีหลังจะมากกว่าครึ่งปีแรก เพราะเป็นฤดูกาลก่อสร้างถนนของกลุ่มอาเซียนและเอเชีย ซึ่งเป็นตลาดสำคัญของบริษัท อาทิ ประเทศอินโดนีเซีย จีน รวมถึงเวียดนาม ซึ่งอยู่ในช่วงจัดตั้งรัฐบาลใหม่ และอินเดียเริ่มนำเข้ายางมะตอยตั้งแต่ไตรมาส 4/2558 รัฐบาลมีนโยบายลงทุนโครงสร้างพื้นฐานถนนมากขึ้นจะเป็นแนวโน้มที่มีโอกาสเติบโตต่อเนื่องในอีก 4-5 ปี ปัจจุบันบริษัทร่วมทุนกับพันธมิตร โรงกลั่นยางมะตอยจำนวน 9 แห่งในอินเดีย ขณะที่ความต้องการใช้ในประเทศจะยังดีมากถึงเดือน พ.ค.ที่รัฐบาลเร่งใช้จ่ายงบประมาณ
“ปีนี้ยังเป็นปีที่ดีของบริษัท อินเดียมีโอกาสจะเป็นตลาดหลักอีกแห่งหนึ่ง จึงเตรียมจะแบ่งเรือส่งไปประจำ 1-2 ลำ จากเดิมไม่เคยมีเรือประจำสำหรับขนส่งยางมะตอย ส่วนกลยุทธ์การขายเราเน้นตลาดที่มีราคาดีเพื่อทำกำไร ขณะนี้มีตลาดหลักจำนวน 17-18 ประเทศ” นายชัยวัฒน์ กล่าว
สำหรับราคาขายยางมะตอยมีแนวโน้มสูงขึ้นตามความต้องการใช้ ปัจจุบันราคาขายต่างประเทศ 150 เหรียญสหรัฐ/ตัน สูงขึ้นจากไตรมาส 1/2559 ที่ราว 210 เหรียญสหรัฐ/ตัน ส่วนในประเทศสูงอยู่ 310 เหรียญสหรัฐ/ตัน ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 25.1% ดีขึ้นจากไตรมาส 1/2558 ที่ 19% คาดทั้งปี 2559 จะยังดีต่อเนื่อง
อย่างไรก็ดี ในปี 2559 จะเป็นปีแรกที่บริษัทจะเริ่มรับรู้สิทธิประโยชน์ทางภาษี ได้รับยกเว้นการจัดเก็บภาษีรายได้จากธุรกิจต่างประเทศเป็นเวลา 15 ปี จากในปี 2558 ต้องเสียภาษีดังกล่าว 300-400 ล้านบาท และกำลังศึกษาขยายกำลังการผลิตโรงกลั่นในมาเลเซียเพิ่มเป็น 2 เท่า เป็น 6 หมื่นบาร์เรล/วัน หรือป็น 2.40 ล้านตัน คาดจะเสร็จในปี 2562 และสั่งต่อเรือใหม่ 3 ลำ ทยอยส่งมอบในปี 2563







