posttoday
ญี่ปุ่นกับแสงอาทิตย์

ญี่ปุ่นกับแสงอาทิตย์

16 พฤษภาคม 2559

มาเยี่ยมชมโครงการผลิตกระแสไฟฟ้าด้วยพลังงานแสงอาทิตย์หรือโซลาร์ฟาร์มที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งปัจจุบันถือว่าเป็นตลาดพลังงานแสงอาทิตย์ที่น่าลงทุนสูงที่สุดแห่งหนึ่ง ด้วยราคารับซื้อไฟฟ้าสูงถึงประมาณ 13 บาท/หน่วย เมื่อเปรียบเทียบกับไทยที่รับซื้อกระแสไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในราคา 5.66 บาท/หน่วย เห็นได้ชัดว่าญี่ปุ่นกำลังให้ความสำคัญกับการใช้พลังงานทดแทน

มาเยี่ยมชมโครงการผลิตกระแสไฟฟ้าด้วยพลังงานแสงอาทิตย์หรือโซลาร์ฟาร์มที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งปัจจุบันถือว่าเป็นตลาดพลังงานแสงอาทิตย์ที่น่าลงทุนสูงที่สุดแห่งหนึ่ง ด้วยราคารับซื้อไฟฟ้าสูงถึงประมาณ 13 บาท/หน่วย เมื่อเปรียบเทียบกับไทยที่รับซื้อกระแสไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในราคา 5.66 บาท/หน่วย เห็นได้ชัดว่าญี่ปุ่นกำลังให้ความสำคัญกับการใช้พลังงานทดแทน

เมื่อประมาณ 20-30 ปีที่แล้ว ญี่ปุ่นมีผลงานการคิดค้นเทคโนโลยีด้านการใช้พลังงานแสงอาทิตย์มากกว่าอเมริกาและยุโรปรวมกัน สมัยที่ผมเป็นนักศึกษาในคณะวิศวะหลายปีก่อน มีเครื่องคิดเลขพลังงานแสงอาทิตยี่ห้อชาร์ปใช้นานแล้ว ถือว่าเป็นบริษัทแรกที่พัฒนาโซลาร์เซลล์ นอกจากนี้ยังมีทั้งซันโย เคียวเซียร่า และพานาโซนิค ที่เป็นผู้นำเทคโนโลยีในยุคนั้น

แต่แล้วเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว ญี่ปุ่นตัดสินใจมุ่งผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์เป็นหลัก ด้วยเชื่อว่าจะผลิตกระแสไฟฟ้าได้ในราคาถูก และมีความมั่นใจในศักยภาพทางเทคโนโลยีนิวเคลียร์ของตน ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าทันสมัยที่สุดในโลก จนทำให้ละเลยนโยบายด้านการใช้พลังงานทดแทน การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ จึงไม่ได้รับการส่งเสริมอย่างจริงจัง ส่งผลให้การวิจัยและพัฒนาหยุดชะงักไปด้วย

และแล้ว จนเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวและคลื่นยักษ์สึนามิในวันที่ 11 มี.ค. 2011 ที่สร้างความเสียหายมหาศาลต่อประเทศญี่ปุ่น รวมทั้งทำให้เกิดการระเบิดของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกุชิมา ซึ่งก่อนหน้านั้นรัฐบาลญี่ปุ่นได้ประกาศจะสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขึ้นอีกถึง 14 แห่ง ภายในปี ค.ศ. 2030 เหตุการณ์ที่ฟูกุชิมาได้ทำให้ญี่ปุ่นทบทวนแผนการเพิ่มโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ทันที และย้อนกลับมาที่การใช้พลังงานหมุนเวียนทดแทนโดยเฉพาะพลังงานแสงอาทิตย์ ทำให้เกิดโครงการสร้างโซลาร์ฟาร์มจำนวนมหาศาลทั่วประเทศ และกำลังสร้างโซลาร์ฟาร์มลอยน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่จังหวัดชิบะ โดยสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ถึง 13.4 เมกะวัตต์

น่าเสียดายที่การพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์ถูกทอดทิ้งไปหลายปีทั้งที่ญี่ปุ่นในวันนั้นเป็นผู้นำ วันนี้กลับกลายเป็นเยอรมนีและจีนที่รุกหนักจนเป็นเจ้าเทคโนโลยีไปแล้ว โดยจีนพัฒนาแผงโซลาร์เซลล์จนมีราคาถูกลงมากและมีส่วนแบ่งการตลาดมากที่สุด ปัจจุบันแผงโซลาร์เซลล์ที่ติดตั้งในญี่ปุ่นก็ยังซื้อมาจากจีน เพราะดีและราคาถูกกว่าผลิตเอง คงมีแต่ระบบแปลงไฟฟ้าจากกระแสตรงเป็นกระแสสลับที่ญี่ปุ่นยังคงเป็นผู้นำ

จึงไม่น่าเชื่อว่าประเทศที่ไม่เคยยอมแพ้เรื่องใดๆ และมุ่งมั่นจะทำทุกอย่างได้เอง ตั้งแต่การวิจัยและพัฒนา จนถึงการผลิตภายใต้การควบคุมของตน จะตกที่นั่งเป็นรองในด้านเทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์ จึงสอนให้เราตระหนักว่าการขาดความต่อเนื่องในการพัฒนาตนเองถึงแม้จะเก่งแค่ไหน สุดท้ายกระต่ายก็ยังแพ้เต่าได้ หากหยุดพัก ไม่วิ่งหรือเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง

ไม่พูดถึงประเทศไทยก็คงไม่ได้ ปัจจุบันเราก็มีความรู้ความสามารถพอสมควร ที่จะพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานทดแทนภายในประเทศและส่งออก แต่สุดท้ายก็ “ขึ้นอยู่ที่รัฐ” หากรัฐไม่ผลักดันเต็มรูปแบบตั้งแต่งานวิจัย การพัฒนาการผลิต สิทธิประโยชน์ รวมทั้งส่งเสริมให้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาภายในประเทศ สุดท้ายราคาพลังงานก็จะขึ้นอยู่กับการควบคุมของประเทศผู้นำด้านเทคโนโลยี เพราะเราจำเป็นต้องซื้อของจากเขา กลายเป็นต้นทุนทางราคาที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงและควบคุมไม่ได้

บทเรียนของญี่ปุ่นคงทำให้ไทยได้คิดหนักมากขึ้นว่า แม้แต่ผู้นำทางเทคโนโลยียังลำบาก แล้วผู้ตามอย่างเราจะอยู่อย่างไรในอนาคต

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง