posttoday
ชาติ : ‘ถ้าคดีขึ้นสู่ศาล ก็ไปว่ากันที่ศาล’

ชาติ : ‘ถ้าคดีขึ้นสู่ศาล ก็ไปว่ากันที่ศาล’

16 พฤษภาคม 2559

เป็นประเด็นร้อนในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 10 พ.ค. 2559 มีมติรับทราบมติของที่ประชุม 4 กระทรวง คือ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ให้ยุติการออกอาชญาบัตรพิเศษสำรวจแร่ทองคำ ยุติการออกประทานบัตรขุดเจาะแร่ทองคำในพื้นที่ใหม่ และยุติการต่ออายุประทานบัตรเหมืองทองคำในพื้นที่เดิมทั่วประเทศ

เป็นประเด็นร้อนในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 10 พ.ค. 2559 มีมติรับทราบมติของที่ประชุม 4 กระทรวง คือ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ให้ยุติการออกอาชญาบัตรพิเศษสำรวจแร่ทองคำ ยุติการออกประทานบัตรขุดเจาะแร่ทองคำในพื้นที่ใหม่ และยุติการต่ออายุประทานบัตรเหมืองทองคำในพื้นที่เดิมทั่วประเทศ

อย่างไรก็ตาม ที่ประชุม 4 กระทรวงยังคงให้บริษัท อัครา รีซอร์สเซส ผู้ประกอบกิจการเหมืองแร่ทองคำรายใหญ่ในประเทศไทยได้รับการต่ออายุใบอนุญาตประกอบโลหกรรม (โรงถลุง) ที่หมดอายุในวันที่ 13 พ.ค. 2559 ไปจนวันที่ 31 ธ.ค. 2559 หรือเท่ากับว่าเมื่อสิ้นปี 2559 จะไม่มีการทำเหมืองทองคำในประเทศไทยอย่างสิ้นเชิง

“เรื่องเหมืองทองคำมีปัญหาหลายอย่างและมีเรื่องร้องเรียนต่อเนื่อง ต่อมามีการตั้งคณะกรรมการ 4 กระทรวง เมื่อเดือน ต.ค. 2558 ให้มาช่วยกันดู กระทั่งการประชุมเมื่อวันที่ 29 เม.ย.ที่ผ่านมา ที่ประชุมมีมติให้ยุติการทำเหมืองทองคำทั่วประเทศ เพราะแม้จะยังไม่ได้ข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อม และการที่ร่างกายของประชาชนรอบเหมืองทองคำมีค่าโลหะหนักกับค่าไซยาไนด์เกินค่าอ้างอิงเฉลี่ย 50% เกิดจากเหมืองทองหรือเกิดจากธรรมชาติกันแน่ แต่เพื่อประโยชน์ของประชาชน เพื่อประโยชน์ทางสังคม และเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งของประชาชนในพื้นที่รอบเหมือง ที่ประชุมจึงมีมติให้ออกนโยบายสาธารณะในเชิงป้องกันเพื่อไม่ให้ปัญหาลุกลาม จึงนำมาสู่การเสนอรัฐบาลให้ระงับการอนุมัติสำรวจแร่และการอนุญาตประทานบัตร” ชาติ หงส์เทียมจันทร์ อธิบดี กพร. ให้สัมภาษณ์ “โพสต์ทูเดย์”

เมื่อถามว่ามาตรการเชิงป้องกันทำให้บริษัท อัคราฯ เสียหายและอาจฟ้องร้องภาครัฐได้นั้น ชาติ บอกว่า “ขณะนี้ยังไม่รู้ว่าแน่ชัดว่าเขาเสียหายอะไร อย่างปริมาณทองคำที่เขาอ้างเหลืออีก 30 ตัน อันนั้นเป็นข้อมูลของเขา เขาจะบอกว่ายังมี 500 ตันก็ยังได้ ซึ่งต่างจากข้อมูลของเราที่พบว่าเหลือทองให้ขุดได้ถึงสิ้นปีนี้เท่านั้น แต่เรามีนโยบายชดเชยให้เขา คือ ให้ทำเหมืองไปได้ถึงสิ้นปี เพราะแร่จะหมดแล้ว ส่วนที่เขาอ้างว่าเสียหาย 4 หมื่นล้านบาท ก็เป็นเรื่องที่บริษัทคาดการณ์เอง และเราก็ไม่ได้ลิดรอนสัมปทานขุดทองที่จะมีถึงปี 2564 และปี 2571 เพราะเวลาไม่มีความหมาย ในเมื่อแร่มันจะหมดในปีนี้ และแผนงานโครงการของเขาก็ระบุชัดเจนว่าแร่จะหมดสิ้นปี แต่ถ้าสมมติว่ามีการนำคดีขึ้นสู่ศาล ตรงนี้ต้องชี้แจงทำความเข้าใจกับบริษัทก่อน ถ้าเขาไม่เห็นด้วย จะนำคดีขึ้นสู่ศาลก็ไปว่ากันที่ศาล”

ชาติ กล่าวว่า หลังรัฐบาลมีมติยุติการทำเหมืองทองคำแล้ว กพร.จะทำหนังสือแจ้งไปยังบริษัท อัคราฯ เกี่ยวกับการเคลียร์พื้นที่ทั้งหมดและฟื้นฟูพื้นที่หลังปิดเหมือง ซึ่งจะมีรายละเอียดและขั้นตอนอยู่ในรายงานศึกษาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ซึ่งมีการจัดทำขึ้นในช่วงที่เริ่มทำเหมือง และรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (อีเอชไอเอ) ที่จัดทำขึ้นในปี 2554 เมื่อบริษัทขอต่อใบอนุญาตโรงโลหกรรมและเพิ่มกำลังการผลิตจาก 2.3 ล้านตัน/ปี เป็น 6 ล้านตัน/ปี

“ในวันที่เขาเซ็นใบประทานบัตร เขาต้องรู้อยู่แล้วว่าต้องทำอะไรบ้างตามอีไอเอและอีเอชไอเอ และตอนนี้ กพร.อยู่ระหว่างประมวลว่ามีอะไรที่เขาต้องทำอะไรบ้างหลังปิดเหมือง จากนั้นจึงจะส่งหนังสือไปให้บริษัท ซึ่งน่าจะไม่เกินสิ้นเดือนนี้”

ชาติ ยอมรับว่า ปมปิดเหมืองทองคำอาจมีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนบ้าง แต่จะไม่กระทบภาพรวมทั้งประเทศ และกรณีเหมืองทองมีเหตุปัจจัยที่เข้มข้นพอที่ยุติการทำเหมือง ขณะที่ปัจจุบันมีเพียงบริษัท อัคราฯ เพียงบริษัทเดียวที่ยังมีใบประทานบัตรและยังขุดทองอยู่ในพื้นที่ 13 แปลง จากทั้งหมด 14 แปลง พื้นที่รวม 3,700 ไร่ ในพื้นที่ 3 จังหวัด คือ จ.พิจิตร เพชรบูรณ์ และพื้นที่รอยต่อ จ.พิษณุโลก โดยขุดพื้นที่ประมาณ 1,000 ไร่ ส่วนประทานบัตรของบริษัท ทุ่งคำ ซึ่งมีบริษัท ทุ่งคาฮาเบอร์ เป็นบริษัทแม่ 6 แปลง 1,200 ไร่ ที่ จ.เลย ยุติการทำเหมืองตั้งแต่ปี 2555 แล้ว เพราะใบอนุญาตป่าไม้หมดอายุ ขณะที่อาชญาบัตรสำรวจแร่ทองคำใบสุดท้ายหมดอายุเมื่อปี 2554 แล้ว

“ไม่ใช่ว่าเราฟังเอ็นจีโอร้องอย่างเดียว เราดูปัจจัยทางสังคม สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจด้วย โดยเฉพาะประโยชน์สูงสุดของสาธารณะ และผลจากการปิดเหมืองแร่ทองคำครั้งนี้ จะไม่กระทบต่อเหมืองแร่อื่นๆ แต่ถ้าเราจะใช้มาตรการเชิงป้องกันแบบนี้อีกและบอกว่าเหมืองต้องหยุดแล้วคือ ต้องเข้าปัจจัย 3 เรื่องที่ว่า คือ 1.ความขัดแย้งลุกลาม 2.ปัญหาสุขภาพ และ 3.ปัญหาสิ่งแวดล้อม” ชาติ สรุป

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท