
กำไร บจ. ดีกว่าคาด
โดย...บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย
โดย...บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย
Sell in May ออกฤทธิ์แรงแค่ช่วงต้นเดือน SET ลงมากสุดแค่ 1.8% พอเข้าสู่ช่วงกลางเดือน (ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา) ดัชนีก็ตีตื้นกลับมาจนทำให้ผลตอบแทนของเดือน พ.ค. 2559 กลับมาปริ่มๆ ที่ 0%
การเคลื่อนไหวของตลาดแข็งแกร่งกว่าปีที่ผ่านๆ มา สาเหตุใหญ่ๆ ที่ดัชนีพุ่งขึ้นมาแรง น่าจะมาจากการประกาศผลประกอบการของหลายๆ บริษัทที่ออกมาดีกว่าตลาดคาด จนนำไปสู่การปรับเพิ่มประมาณการและมูลค่าพื้นฐานของ Consensus เมื่อภาพของผลประกอบการที่ดีเกินคาดต่อเนื่อง ทำให้แรงซื้อที่รอดูสถานการณ์ในช่วงก่อนหน้า จึงหันกลับเข้ามาลุยซื้อกันอีกครั้ง ดั่งจะเห็นได้จากเมื่อวันที่ 12 พ.ค. 2559 CPF บวกแรงกว่า 7.7% ด้วยมูลค่าการซื้อขายมากที่สุดในตลาด โดยมีปัจจัยหนุนจาก Consensus มีมุมมองเชิงบวกต่อธุรกิจมากขึ้นหลังจากการประชุมนักวิเคราะห์จบลง
เหมือนอย่างที่ได้เขียนไปเมื่อต้นสัปดาห์ที่แล้ว ว่ามีความเป็นไปได้ที่กำไรสุทธิรวมของตลาดในงวดไตรมาสแรกปี 2559 จะออกมาเกิน 2 แสนล้านบาท และน่าจะสูงจนใกล้เคียงกับงวด ไตรมาส 4 ปี 2557 และไตรมาสแรกปี 2557 ซึ่งมีกำไร 2.36 และ 2.27 แสนล้านบาทตามลำดับ และหากผลประกอบการออกมาในระดับที่เกินกว่า 2.4 แสนล้านบาท เชื่อว่าจะสามารถเรียกความเชื่อมั่นของนักลงทุน และกระตุ้นทำให้เกิดแรงซื้อเพื่อเก็งกำไรการฟื้นตัวของกำไรตลาด (ประมาณการกำไรตลาดรวมในปี 2559 จะอยู่ที่ประมาณ 8.4 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นผลรวมจากบริษัทที่ KS ออกบทวิเคราะห์ และ Consensus หากนับเฉพาะที่ KS ออกบทวิเคราะห์ 113 บริษัท จะได้ประมาณการกำไรปี 2559 ที่ 6.53 แสนล้านบาท)
กลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการอุปโภคบริโภคในประเทศ เป็นกลุ่มที่ให้ผลตอบแทนดีกว่าตลาดอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งก็เป็นผลมาจากมาตรการกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยที่รัฐบาลใช้มาตั้งแต่เดือน ก.ย. ปีที่แล้ว ทั้งกลุ่มค้าปลีก การเงิน สินเชื่อเช่าซื้อ อาหาร ขนส่ง อสังหาฯ ล้วนปรับเพิ่มขึ้นตามการฟื้นตัวของ Consumption ในประเทศที่น่าจะพบจุดต่ำสุดไปแล้ว
นอกจากนั้น กลุ่มปิโตรฯ เป็นอีกกลุ่มที่ปรับเพิ่มขึ้นอย่างร้อนแรง หลังผลประกอบการของทั้ง IVL และ PTTGC ออกมาดีกว่าตลาดคาด โดยเฉพาะ IVL รายงานกำไรสุทธิงวดไตรมาสแรกปี 2559 สูงถึง 4,100 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดก่อนหน้าที่ 190 ล้านบาท เป็นผลมาจากการบันทึกกำไรพิเศษ Negative Goodwill สูงถึง 3,200 ล้านบาท โดยผลประกอบการของ IVL มีแนวโน้มจะดีต่อเนื่องอีก กำไรจากการดำเนินงานปกติไตรมาส 2 ปี 2559 คาดว่าจะเพิ่มขึ้นมาที่ระดับ 2,000 ล้านบาท จากการเริ่มรับรู้รายได้ BP Amoco Chemical และ Cepsa spain โรงงาน MEG ที่จะกลับมาเดินเครื่องอีกครั้ง
นอกจากนี้ จะยังคงมีการบันทึก Negative Goodwill จากโครงการ Cepsa spain อีก 1.5 พันล้านบาท ซึ่งทั้งหมดน่าจะทำให้กำไรสุทธิทั้งปี 2559 ปรับเพิ่มขึ้นมาเกินกว่า 1 หมื่นล้านบาท ผลจากการที่ IVL มีการเข้าซื้อกิจการต่างๆ ในยุโรปและสหรัฐ กำลังออกดอกออกผล Spread ผลิตภัณฑ์ที่สูงขึ้น จะเป็นตัวผลักดันกำไรทั้งในปีนี้และปีหน้า ฝ่ายวิจัยปรับมูลค่าพื้นฐานใหม่ ทั้งในยุโรปและอเมริกาเริ่มสุกงอมพร้อมผลักดันกำไรเต็มที่จากนี้ จึงคงคำแนะนำซื้อ ด้วย Fair Value อิง DCF ที่ 33.4 บาท/หุ้น







