posttoday

สตาร์ทอัพเปิดช่อง รับกระแสเที่ยวแบบแบ่งปัน

14 พฤษภาคม 2559

การท่องเที่ยวในรูปแบบเดิมๆ พักโรงแรมหรู กินอยู่สบาย หรือเดินทางไปกับบริษัทนำเที่ยว เริ่มไม่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่

โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์

การท่องเที่ยวในรูปแบบเดิมๆ พักโรงแรมหรู กินอยู่สบาย หรือเดินทางไปกับบริษัทนำเที่ยว เริ่มไม่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ที่แสวงหาความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ทำลายทรัพยากรธรรมชาติน้อยที่สุดในเวลาเดียวกัน นั่นคือไม่จำเป็นต้องอยู่โรงแรมหรู ขออยู่ในที่พักแบบคนในพื้นที่อยู่กัน หรือแบ่งปันที่พักกับกลุ่มคนที่ต้องการไปเที่ยวเหมือนกัน ไม่จำเป็นต้องไปเที่ยวสถานที่เที่ยวหลักเดิมๆ ที่คนรู้จัก แต่ไปเที่ยวในที่แปลกใหม่ ที่คนท้องถิ่นไปกัน อาจจับมือกันเองในหมู่นักท่องเที่ยวไปเสาะหาสถานที่เหล่านี้

เหตุนี้คนที่มีความคิดสร้างสรรค์ จึงทำธุรกิจเกิดใหม่บนพื้นฐานเทคโนโลยี (สตาร์ทอัพ) สร้างแพลตฟอร์มการท่องเที่ยวใหม่ ตอบสนองไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยวตามแนวคิดเศรษฐกิจแบบแบ่งปัน (แชริ่ง อีโคโนมี) เช่น แอร์บีเอ็นบี ที่โด่งดังทั่วโลก เป็นแพลตฟอร์มให้คนนำบ้านหรือห้องของตัวเองมาปล่อยให้นักท่องเที่ยวเช่า ขณะที่ในไทยก็เริ่มมีคนคิดค้นแพลตฟอร์มการท่องเที่ยวที่ตอบโจทย์แชริ่ง อีโคโนมีบ้างแล้ว เช่น โกเยปเป้ เทคมีทัวร์ และเอเนซท์

ธีรวิทย์ ชัยณรงค์โสภณ ผู้ร่วมก่อตั้ง Goyeppey.com (โกเยปเป้) กล่าวว่า โกเยปเป้เป็นแพลตฟอร์มเชื่อมนักท่องเที่ยวกับคนท้องถิ่น เปลี่ยนวิธีเที่ยวใหม่ ให้คนที่ต้องการเที่ยวค้นหาคนอื่นที่ชอบเที่ยวสไตล์เดียวกัน หรือคนที่อยู่ในพื้นที่นั้น ที่ต้องการไปเที่ยวได้นัดเจอกัน เพื่อไปเที่ยวด้วยกัน เที่ยวเสร็จแล้วก็รีวิวคนที่ไปเที่ยวด้วยได้ว่าเป็นอย่างไร เชื่อถือได้แค่ไหน

วิธีใช้โกเยปเป้ คือ คนที่ต้องการไปเที่ยวตั้งโปรแกรมเดินทางขึ้นมาว่าจะไปที่ไหนบ้าง จากนั้นค้นหาคนในพื้นที่นั้นช่วงเวลานั้นที่สนใจไปเที่ยวด้วยกัน เหมาะกับคนที่ไม่อยากเดินทางคนเดียว และต้องการหาเพื่อนร่วมแบ่งปันต้นทุนการเดินทาง ปัจจุบันมีคนทดลองใช้แล้ว 600 คน ตั้งเป้าปลายปีนี้มีคนใช้เพิ่มเป็น 2,000-3,000 คน โดยจะเริ่มต้นเจาะตลาดคนที่เที่ยวประเทศไทย ก่อนขยายขอบเขตรองรับการไปเที่ยวประเทศเพื่อนบ้าน ปัจจุบันผู้ใช้งานเป็นคนไทย 60% ต่างชาติ 40% โดยรายได้โกเยปเป้จะมาจากค่าโฆษณา

นพพล อนุกูลวิทยา ผู้ร่วมก่อตั้ง Takemetour.com (เทคมีทัวร์) กล่าวว่า เทคมีทัวร์เป็นตลาดกลางซื้อขายโปรแกรมทัวร์แบบไปเช้า-เย็นกลับ (วันเดย์ทัวร์) โดยคนท้องถิ่นเป็นผู้สร้างโปรแกรมทัวร์ เมื่อเทคมีทัวร์อนุมัตินำโปรแกรมแสดงบนเว็บไซต์ จากนั้นจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาจองซื้อ ให้คนท้องถิ่นที่สร้างโปรแกรมพาไปเที่ยว โดยคนท้องถิ่นตั้งราคาได้เองว่าจะคิดค่าพาเที่ยวเท่าไหร่ต่อคน ปัจจุบันมีคนท้องถิ่นสร้างโปรแกรมพาเที่ยวไทยแล้ว 400 โปรแกรม ครอบคลุม 36 จังหวัด ตั้งเป้าสิ้นปีนี้มีเพิ่มเป็น 1,200 โปรแกรม มีนักท่องเที่ยวจองเดินทาง 3,000-4,000 ครั้ง และจะขยายรองรับการทำโปรแกรมพาไปเที่ยวอีก 1-2 ประเทศในอาเซียน

เทคมีทัวร์มีรายได้จากค่าธรรมเนียมจองโปรแกรมทัวร์ คนท้องถิ่นตั้งราคาพาเที่ยวไว้เท่าไหร่ เทคมีทัวร์คิดค่าธรรมเนียม 20% จากราคาที่ตั้ง นักท่องเที่ยวที่จองจะเห็นราคาที่รวมค่าธรรมเนียมแล้ว ที่ผ่านมามีการตั้งราคาในระบบตั้งแต่ 100 บาท/คน/ทริป ถึง 8,000 บาท/คน/ทริป

“ปัญหาที่พบหนักสุดจากการทำแพลตฟอร์มนี้หนึ่งปีครึ่ง คือ คนท้องถิ่นที่สร้างโปรแกรมทัวร์พูดภาษาอังกฤษไม่ได้ นักท่องเที่ยวต่างชาติที่จองไปด้วยกลับมาแล้วบ่น ซึ่งก็แก้ปัญหาด้วยการเลือกเฉพาะคนท้องถิ่นที่พูดภาษาอังกฤษ เล่าเรื่องราวในท้องถิ่นได้ จึงจะอนุมัติโปรแกรมทัวร์ อนาคตจะเพิ่มคนท้องถิ่นสร้างโปรแกรมทัวร์ที่พูดภาษาจีนได้รองรับนักท่องเที่ยวจีน” นพพล กล่าว

ขณะที่ กฤษฎา โรจนสมสิทธิ์ ผู้ก่อตั้ง บริษัท เอเนซท์ กรุ๊ป ดำเนินธุรกิจ Anezt.com กล่าวว่า เอเนซท์เป็นแพลตฟอร์มจองห้องพักแบบกลุ่ม แนวคิดคือเวลาใครคิดอยากไปเที่ยวที่ไหนรู้ว่าจะพักที่ไหน แค่หาคนที่อยากไปพักที่เดียวกันเพื่อจะได้จองห้องพักแบบกลุ่ม ซึ่งได้ราคาดีกว่าจองห้องเดียว ตามหลักการเดียวกับตัวแทนจำหน่ายทัวร์ ที่จองห้องพักจำนวนมากจะได้รับราคาถูกกว่าปกติ

การจองแบบกลุ่มผ่านเอเนซท์เริ่มต้น 5 ห้องขึ้นไป ไม่ต้องเข้าพักวันเดียวกันทั้งหมด เข้าพักก่อนหรือหลัง 2 วันของวันที่ผู้เริ่มต้นประกาศหาคนร่วมกลุ่มจองห้องพัก อาจดึงเพื่อนที่จะไปเที่ยวด้วยกันอยู่แล้วจองเป็นกลุ่ม หรือชวนคนไม่รู้จักที่เดินทางไปด้วยจุดประสงค์ต่างกันจองร่วมกันได้ เอเนซท์จะมีรายได้จากส่วนต่างกำไร (คอมมิชชั่น) ที่โรงแรมจ่ายให้ โดยโรงแรมที่ให้จองแบบกลุ่มกับเอเนซท์สามารถขายบริการอื่นในโรงแรมกับคนที่จองห้องพักแบบกลุ่มได้ ถือเป็นคุณลักษณะพิเศษที่เว็บไซต์อื่นไม่ได้มีตอบโจทย์โรงแรม

ทั้งนี้ เอเนซท์เปิดตัวเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา มีโรงแรมในไทย สปป.ลาว เมียนมา และกัมพูชา เข้าร่วมแล้ว 15 แห่ง ตั้งเป้ามีเครือข่ายโรงแรม 2-5 ดาว รวม 500 แห่งสิ้นปีนี้ เพื่อให้ผู้บริโภคมีทางเลือก เป้าหมายผู้ใช้งานสิ้นปีนี้อยู่ที่ 1 หมื่นคน ฐานลูกค้ามาจากการบอกต่อ เพราะระบบทำให้ต้องหาคนเข้ามาร่วมแบ่งปันการจอง กลุ่มที่ต้องการจองก็จะออกไปกระจายเชิญชวนคนอื่นมาใช้บริการเอง

นี่เป็นเพียงตัวอย่างเล็กน้อยของแพลตฟอร์มรองรับการท่องเที่ยวแบบแชริ่ง อีโคโนมี ส่วนใครจะประสบความสำเร็จยั่งยืน ก็ต้องพัฒนาต่อเนื่องให้แพลตฟอร์มตอบโจทย์ผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงให้ทัน

ข่าวล่าสุด

TTW รับใบรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ปี 69 ย้ำองค์กรยั่งยืนสู่ Net Zero