
หนุนต่อเรือใหญ่ในประเทศ
กระทรวงคมนาคมเร่งสรุปมาตรการจูงใจต่อเรือขนาดใหญ่ใช้ในประเทศให้เสร็จใน 1 เดือน
กระทรวงคมนาคมเร่งสรุปมาตรการจูงใจต่อเรือขนาดใหญ่ใช้ในประเทศให้เสร็จใน 1 เดือน
นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รมช.คมนาคม เปิดเผยว่า ที่ประชุมโครงการสนับสนุนการต่อเรือในประเทศเพื่อพัฒนากองเรือขนส่งน้ำมันชายฝั่งของไทย ซึ่งกระทรวงคมนาคมได้หารือร่วมกับกรมเจ้าท่า กระทรวงการคลัง ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (เอ็กซิมแบงก์) ผู้ประกอบการอู่ต่อเรือ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาสนับสนุนให้มีการต่อเรือใช้ในประเทศเพิ่มมากขึ้น หลังพบว่าผู้ประกอบการเรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่ในไทย ตั้งแต่ 3,000 ตันกรอสขึ้นไป จะนำเข้าเรือมือสองหรือเรือเก่าจากต่างประเทศ เช่น จีนและเกาหลีใต้ มาให้บริการแทนการสั่งต่อเรือใหม่ในประเทศ เนื่องจากมีราคาถูกกว่ามาก จึงได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปเร่งจัดทำรายละเอียดเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการต่อเรือในประเทศ โดยให้ได้ข้อสรุปภายใน 1 เดือน
“ตอนนี้มีเรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่ 115 ลำ มีอายุเกิน 25 ปีแล้ว จึงให้กรมเจ้าท่าไปพิจารณาดูว่ายังใช้งานได้หรือไม่ ต้องนำออกไปจากระบบกี่ลำ ขณะเดียวกันก็ให้ไปดูเรื่องการต่อเรือใหม่ด้วยว่าในอนาคตจะมีการต่อเรือบรรทุกน้ำมันขึ้นมาใหม่กี่ลำ ซึ่งในเรื่องนี้ก็จะต้องประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น เอ็กซิมแบงก์ หรือสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนว่าจะเพิ่มแรงจูงใจให้เกิดการต่อเรือในประเทศได้อย่างไร อาจจะเป็นการเพิ่มระยะเวลาการใช้คืนเงินกู้จาก 8 ปี เป็น 12 ปี การลดดอกเบี้ยให้ถูกกว่า 2% ได้หรือไม่ เป็นต้น” นายออมสิน กล่าว
นายออมสิน กล่าวอีกว่า ผู้ประกอบการ อู่ต่อเรือในไทยมีศักยภาพต่อเรือขึ้นมาใช้เองได้อยู่แล้ว ที่ผ่านมามีการต่อเรือใช้ทั้งส่วนของหน่วยงานราชการ เรือเอกชน เรือรบ และเรือขุด ดังนั้นหากมีการส่งเสริมในเรื่องดังกล่าว ทางอู่ต่อเรือก็พร้อมที่จะดำเนินการแน่นอน แต่เบื้องต้นจะต้องหามาตรการส่งเสริมจูงใจให้เกิดการต่อเรือขึ้นมาก่อน ซึ่งประโยชน์ที่ได้ เช่น ได้เรียนรู้เทคโนโลยี เกิดการจ้างงาน และการผลิตวัสดุอุปกรณ์ขึ้นมาใช้ในการก่อสร้าง ในอนาคตก็สามารถต่อยอดรับจ้างต่อเรือให้ต่างประเทศได้ด้วย
นายสมชาย สุมนัสขจรกุล รองอธิบดีด้านการขนส่งทางน้ำ กรมเจ้าท่า กล่าวว่า ทางญี่ปุ่นพร้อมให้ความช่วยเหลือเรื่องแบบต่อเรือขนาด 2 ชั้น โดยจะส่งเจ้าหน้าที่เทคนิคเข้ามาควบคุมการต่อเรือให้ด้วย แต่ไทยจะต้องหาวิธีจูงใจให้เกิดการลงทุนต่อเรือขึ้นในประเทศให้ได้ก่อน จึงต้องหารือกับเอ็กซิมแบงก์ บีโอไอ กรมศุลกากร เพื่อให้ได้ข้อสรุปร่วมกัน







