posttoday
ธปท.เผยไตรมาสแรกแบงก์กำไรสุทธิ 5.13 หมื่นล้านบาท

ธปท.เผยไตรมาสแรกแบงก์กำไรสุทธิ 5.13 หมื่นล้านบาท

13 พฤษภาคม 2559

ธปท.เผยระบบแบงก์มีกำไรสุทธิไตรมาสแรกปีนี้ 5.13 หมื่นล้านบาท ขยายตัวไม่มาก เพราะกันสำรองหนี้ไว้สูง ด้านสินเชื่อขยายตัว 3.3% ชะลอจากสินเชื่อเอสเอ็มอี ด้านเอ็นพีแอลยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

ธปท.เผยระบบแบงก์มีกำไรสุทธิไตรมาสแรกปีนี้ 5.13 หมื่นล้านบาท ขยายตัวไม่มาก เพราะกันสำรองหนี้ไว้สูง ด้านสินเชื่อขยายตัว 3.3% ชะลอจากสินเชื่อเอสเอ็มอี ด้านเอ็นพีแอลยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

นายดอน นาครทรรพ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์สถาบันการเงิน สายนโยบายสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ในไตรมาสแรกปีนี้ระบบธนาคารพาณิชย์มีกำไรจากการดำเนินงานรวม 1.001 แสนล้านบาท คิดเป็นขยายตัว 15.8 % จากระยะเดียวกันปีก่อน เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนที่ 8.1 หมื่นล้านบาทคิดเป็นการขยายตัว 1.9% ซึ่งเพิ่มขึ้นจากการบริหารต้นทุนเงินฝากและรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย อาทิ เงินปันผล ค่าธรรมเนียมและบริการที่เพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ดี ระบบธนาคารกลับมีกำไรสุทธิเพียง 5.13 หมื่นล้านบาท ขยายตัว 1.7 จากระยะเดียวกันปีก่อน ไตรมาสก่อนที่มีกำไรไรสุทธิ 3.9 หมื่นล้านบาท ขยายตัว -20.7% ซึ่งสาเหตุที่กำไรสุทธิต่ำเป็นผลจากค่าใช้จ่ายในการกันสำรองที่เพิ่มขึ้น โดยอัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์เฉลี่ย (Return on Asset : ROA) เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนที่ 0.9 % มาอยู่ที่ 1.2%  ส่วนอัตราส่วนรายได้ดอกเบี้ยสุทธิต่อสินทรัพย์เฉลี่ย (Net Interest Margin : NIM) ทรงตัวที่ 2.6%

สำหรับธนาคารพาณิชย์ทั้งระบบมีเงินกองทุนทั้งสิ้น 2.237 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2558 ที่มี 2.229 ล้านล้านบาท และมีอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS ratio) เพิ่มขึ้นเล็กน้อย เป็น 17.5% จากไตรมาสก่อนหน้าที่ 17.4%

“แบงก์โดยยังมีความสามารถในการทำไรได้ดี แต่ยังมีภาระในการกันสำรองจากความกังวลต่อหนี้เสียอยู่ทำให้กำไรสุทธิไม่เพิ่มมากนัก ส่วนการกันสำรองในปัจจุบันเกินเกณฑ์ที่กำหนดแล้วจะกันสำรองเพิ่มขึ้นอีกหรือไม่นั้น คงขึ้นกับนโยบายของแต่ละแบงก์ และแนวโน้มหนี้เสีย ในภาพรวมหนี้เสียยังมีโอกาสเพิ่มขึ้นได้ แต่อัตราการการเพิ่มคงไม่สูงมาก ส่วนสินเชื่อในระยะต่อไปของปีนี้มีโอกาสโตได้ดีกว่า 3.3% ในไตรมาสแรกปีนี้ที่ชะลอจากสินเชื่อเอสเอ็มอีเป็นสำคัญ เพราะเอสเอ็มอีได้เร่งใช้สินเชื่อไปก่อนหน้านี้แล้ว คาดว่าในครึ่งปีหลังสินเชื่อน่าจะขยายตัวได้ดีขึ้นตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในไตรมาส 4 ที่ปกติสินเชื่อจะโตได้ค่อนข้างดี” นายดอนกล่าว 

ทั้งนี้ ภาวะเศรษฐกิจที่ยังฟื้นตัวช้า ประกอบกับธนาคารพาณิชย์ระมัดระวังในการขยายสินเชื่อ ส่งผลให้สินเชื่อขยายตัว 3.3% จาก 4.3% ในไตรมาสก่อนหน้า ชะลอลงมากในธุรกิจเอสเอ็มอีที่ขยายตัวเหลือ 2.5% จาก 5.6% ขณะที่สินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ขยายตัว 0.2 % จาก 0.1% ด้านสินเชื่ออุปโภคบริโภคขยายตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 7.3% จาก 7.1% ซี่งสินเชื่อบัตรเครดิตยังขยายตัวได้ดี ส่วนหนึ่งเพราะเอสเอ็มอีใช้สินเชื่อบัตรเครดิตไปใช้หมุนเวียนในธุรกิจด้วย ด้านหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้(เอ็นพีแอล) มียอดคงค้างที่ 3.574 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.99 หมื่นล้านบาท จากสิ้นปีก่อนที่ 3.75 แสนล้านบาท  ส่งผลให้สัดส่วนเอ็นพีแอลที่ยังไม่กันสำรอง( Gross NPL) เพิ่มขึ้นเป็น 2.64% ของสินเชื่อรวม จากไตรมาสก่อนอยู่ที่ 2.55% ของสินเชื่อรวม แต่สินเชื่อจัดชั้นกล่าวถึงเป็นพิเศษ (Special Mention Loan : SM) ซึ่งผิดนัดชำระหนี้เกิน 1 เดือนแต่ไม่ถึง 3 เดือน กลับมียอดคงค้างลดลง เหลือ 3.059 แสนล้านบาท จากสิ้นปีก่อน 3.141 แสนล้านบาท ทำให้สัดส่วน SM ต่อสินเชื่อรวมลดลงมาอยู่ที่ 2.26 % จาก 2.38 %

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท