posttoday
กรณีวัยรุ่นทำร้ายชายพิการกับปัญหาสังคมไทย

กรณีวัยรุ่นทำร้ายชายพิการกับปัญหาสังคมไทย

13 พฤษภาคม 2559

ข่าววัยรุ่น 6 คนรุมทำร้ายชายพิการจนเสียชีวิต เป็นข่าวที่สะเทือนขวัญที่ไม่คิดเลยว่าจะเกิดขึ้นในประเทศไทยเมืองพุทธ ดินแดนแห่งรอยยิ้ม เพราะการทำร้ายคนพิการไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใดไม่ควรทำอย่างยิ่ง เพราะพวกเขาเหล่านั้นถือได้ว่าเป็นคนที่ด้อยกว่าพวกเราคนปกติที่เราควรเห็นใจ ให้โอกาสด้วยซ้ำ อย่างการเดินทางสาธารณะ เราก็จะมีที่นั่งคนพิการ ลิฟต์คนพิการ หรือที่จอดรถ ก็จะมีที่จอดรถคนพิการ ฯลฯ

ข่าววัยรุ่น 6 คนรุมทำร้ายชายพิการจนเสียชีวิต เป็นข่าวที่สะเทือนขวัญที่ไม่คิดเลยว่าจะเกิดขึ้นในประเทศไทยเมืองพุทธ ดินแดนแห่งรอยยิ้ม เพราะการทำร้ายคนพิการไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใดไม่ควรทำอย่างยิ่ง เพราะพวกเขาเหล่านั้นถือได้ว่าเป็นคนที่ด้อยกว่าพวกเราคนปกติที่เราควรเห็นใจ ให้โอกาสด้วยซ้ำ อย่างการเดินทางสาธารณะ เราก็จะมีที่นั่งคนพิการ ลิฟต์คนพิการ หรือที่จอดรถ ก็จะมีที่จอดรถคนพิการ ฯลฯ

แต่นี่กลับไม่ใช่ กลับรุมทำร้ายคนพิการ 6 ต่อ 1 จนเสียชีวิต หรืออย่างกรณีที่ผมเจอกับตัวเองสดๆ ร้อนๆ ตอนเดินทางกลับจากชัยภูมิมีรถกระบะเสียหลักพุ่งมาชนรถคันที่ผมนั่งอยู่ รถกระบะคันนั้นไม่มีประกัน เราจึงต้องตกลงค่าเสียหายกัน ซึ่งกว่าจะตกลงแยกย้ายกันได้ก็ปาไปประมาณ 2 ชั่วโมง เหตุการณ์ก็ดูปกติดี แต่ตอนขับรถแยกออกจากคู่กรณีเพื่อเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ต่อ ลูกชายรถกระบะคู่กรณีกลับขับรถตามมาพร้อมชูมีดยาวประมาณ 1 ศอกออกนอกหน้าต่าง โดยมีพฤติกรรมชัดเจนที่จะข่มขู่ หรืออีกหลายกรณีทั้งที่เจอกับตัวเองกับที่เป็นข่าวในสื่อต่างๆ อย่างเช่น กรณีดีเจเก่ง เป็นต้น

เกิดอะไรขึ้นกับสังคมไทย ทำไมคนไทยถึงใจร้อนและทำร้ายกันง่ายดายมากขนาดนั้น ผมว่าเป็นเพราะคุณภาพของคนไทยมีปัญหา โดยเฉพาะปัญหาด้านการศึกษา ข้อมูลการประชุมของ World Economic Forum (WEF) ชื่อ Global Competitiveness Report 2014-2015 ชี้ คุณภาพของการศึกษาขั้นพื้นฐานของไทยอยู่ที่อันดับ 7 ของอาเซียน ตกลงมาจากปีที่แล้วซึ่งอยู่อันดับ 6 ส่วนคุณภาพของระบบอุดมศึกษาอยู่ที่อันดับ 8 ซึ่งสรุปได้ว่าการศึกษาพื้นฐานและอุดมศึกษาของไทยอยู่อันดับต่ำกว่าลาว ขณะที่อุดมศึกษาเราก็แพ้ทั้งลาวและกัมพูชา

และจากข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (จำไม่ได้ว่าปีไหนน่าจะสัก 4-5 ปีก่อน) โดย รศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า “สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ อัตราเด็กที่หลุดออกจากระบบการศึกษาเพิ่มมากขึ้น และเด็กที่หลุดจากระบบส่วนใหญ่จะเป็นเด็กชาย พบว่าเมื่อถึงชั้นมัธยมเด็กนักเรียนชายจะเหลือเพียง 35-40% เท่านั้น ทำให้เกิดปัญหาเด็กนักเรียนชายดื่มเหล้า สูบบุหรี่ มีแนวโน้มก่อปัญหาอาชญากรรมหรือสร้างความรุนแรงมากขึ้น

และเมื่อชายไทยมีการศึกษาน้อยลง พบว่าความสามารถในการสร้างงานหรือเพิ่มรายได้ก็จะต่ำ ปัจจุบันมีเด็กหลุดจากระบบการศึกษา รวมทั้งมีเด็กด้อยโอกาส 5 ล้านคน ได้แก่ เด็กในสถานพินิจฯ แรงงานเด็ก แม่วัยรุ่น เด็กด้อยโอกาสและเด็กยากจน ในขณะที่ระบบการศึกษาไม่สามารถรั้งตัวเด็กไว้ในระบบ ทั้งยังผลักเด็กออก เมื่อเด็กหลุดนอกระบบจะมีแนวโน้มสร้างปัญหาสังคมมากขึ้น...”

ปัญหานี้ทำให้ต้องคิดถึงกรณีกรมสรรพากรปรับสิทธิประโยชน์เรื่องค่าลดหย่อนบุตรจากคนละ 1.5 หมื่นบาท จำกัดจำนวนบุตรไม่เกิน 3 คน เป็นคนละ 3 หมื่นบาท ไม่จำกัดจำนวนบุตร เพื่อแก้ปัญหาสังคมไทยที่เป็นสังคมคนสูงอายุในปัจจุบัน และจะเป็นสังคมคนสูงอายุรุนแรงและเร็วมากยิ่งขึ้น จนจะส่งผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจไทยในอนาคต ผมเชื่อว่ามาตรการนี้ไม่สามารถจูงใจให้คนที่มีฐานะทางเศรษฐกิจดีซึ่งควรเป็นคนที่มีลูก เพราะสามารถให้การศึกษาลูกให้เป็นคนมีคุณภาพของสังคมมีลูกเยอะๆได้ เพราะค่าลดหย่อนที่ได้รับมากสุดเพียง 10,500 บาท/บุตร/ปี เท่านั้น (คำนวณจากอัตราภาษีสูงสุด 35% คูณกับค่าลดหย่อนบุตร 3 หมื่นบาท)

ดังนั้น คนที่จะมีลูกส่วนใหญ่ก็คงจะเป็นคนที่มีฐานะทางเศรษฐกิจที่ไม่ดีเช่นเดิม โอกาสที่ปัญหาเด็กหลุดนอกระบบการศึกษาก็ยังคงมีและอาจมากขึ้นกว่าเดิม ดังนั้น การเพิ่มอัตราการมีบุตรอาจแก้ปัญหาหนึ่งแต่สร้างปัญหาใหม่ที่หนักกว่า บางทีคำตอบของปัญหาสังคมไทย อาจไม่ใช่จำนวนคนรุ่นใหม่ แต่เป็นคุณภาพคนรุ่นใหม่ ดังนั้นจุดที่รัฐบาลควรให้ความสำคัญมากๆ น่าจะเป็นการพัฒนาระบบการศึกษาให้ดี มีมาตรฐาน และส่งเสริมการคุมกำเนิดในกลุ่มคนที่ไม่พร้อมน่าจะตอบโจทย์ประเทศไทยได้มากกว่า

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69