
ต่างชาติมั่นใจหุ้นไทยสูงลิ่ว
ต่างชาติเชื่อมั่นนโยบายรัฐบาลเร่งลงทุน รอเศรษฐกิจฟื้นเงินระยะยาวจะไหลเข้าลงทุน ชูรับเหมาฯ เด่น
ต่างชาติเชื่อมั่นนโยบายรัฐบาลเร่งลงทุน รอเศรษฐกิจฟื้นเงินระยะยาวจะไหลเข้าลงทุน ชูรับเหมาฯ เด่น
นายคเณศ วังส์ไพจิตร ผู้อำนวยการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนเดือน เม.ย. 2559 ที่มีต่อดัชนีหุ้นใน 3 เดือนข้างหน้าอยู่ที่ 102.74 จุด เพิ่มขึ้น 6.86% จากเดือนก่อนและติดต่อกัน 3 เดือน ความเชื่อมั่นของนักลงทุนทุกกลุ่มดีขึ้น โดยเฉพาะนักลงทุนต่างชาติเพิ่มขึ้นสูงสุด 26.86% มาอยู่ที่ 111.11 จุด
ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติเชื่อมั่นนโยบายของรัฐบาลมีความชัดเจนมากขึ้นโดยเฉพาะโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานระยะยาวที่เริ่มลงทุนชัดเจนขึ้น และนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เป็นปัจจัยบวกต่อตลาดหุ้นไทย อย่างไรก็ดี ต่างชาติพลิกมาขายสุทธิ 1.95 แสนล้านบาท ในเดือน เม.ย. จากเดือน ก.พ.-มี.ค.ซื้อสุทธิจำนวนมาก
“การขายหุ้นเดือน เม.ย.ไม่น่ากังวล เป็นการทำกำไรเพื่อรอจังหวะกลับเข้ามาซื้อใหม่ ไม่ได้หมายความว่าต่างชาติไม่เชื่อมั่นเพราะผลสำรวจเดือนนี้มีความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้นมากที่สุด ส่วนหมวดที่น่าสนใจมากที่สุดคือรับเหมาก่อสร้าง ส่วนเหล็กยังไม่น่าสนใจมากที่สุด” นายคเณศ กล่าว
นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.ทิสโก้ และนายกสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน กล่าวว่า ทิศทางเศรษฐกิจโลกเริ่มมีความชัดเจนขึ้น จากทั้งมาตรการดูแลค่าเงินหยวนของจีนที่มีเสถียรภาพมากขึ้น ส่วนเฟดจะไม่รีบขึ้นดอกเบี้ย ยุโรปเพิ่มวงเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ (คิวอี) และรัฐบาลกรีซยังยืนยันรัดเข็มขัดและปฏิรูปเศรษฐกิจต่อไป ญี่ปุ่นน่าจะมีมาตรการใหม่ออกมากระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่ม
สำหรับเศรษฐกิจไทยเริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้นแม้ยังไม่ฟื้นตัวชัดเจน ส่วนการลงทุนของต่างชาติเริ่มนำเงินลงทุนออกจากตลาดหุ้นที่ประเทศพัฒนาแล้วมาสู่เศรษฐกิจประเทศเกิดใหม่รวมถึงตลาดหุ้นไทย เพื่อหาผลตอบแทนที่มากขึ้น หลังเห็นความชัดเจนว่าเฟดจะยังไม่ขึ้นดอกเบี้ย
อย่างไรก็ดีเงินทุนต่างชาติที่ไหลเข้ามาลงทุนหุ้นไทยยังเป็นระยะสั้นหรือลงทุนลักษณะเชิงรับตามดัชนีหรืออีทีเอฟ ขณะที่ต่างชาติที่มีการลงทุนระยะยาว 4-5 ปีเริ่มมีมุมมองที่ดีขึ้นกับหุ้นไทย แต่ยังรอดูข้อมูลตัวเลขเศรษฐกิจในช่วง 4-5 เดือนข้างหน้าว่ามาตรการกระตุ้นของรัฐบาลที่ออกมาว่าจะทำได้ตามที่รัฐบาลตั้งเป้าหมายไว้หรือไม่ หากฟื้นตัวดีขึ้นจึงจะกลับเข้ามา ซึ่งมีความสำคัญมากกว่าประเด็นการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญและการเลือกตั้ง
“ตอนนี้ต่างชาติไม่ได้ใส่ใจการลงประชามติฯ เพราะให้น้ำหนักเศรษฐกิจมากกว่า หากเลือกตั้งมีรัฐบาลใหม่ก็ต้องเริ่มใหม่ต้องมารอว่าจะนำพาเศรษฐกิจไปได้แค่ไหนไม่ได้สนใจว่าใครบริหารขอให้เศรษฐกิจโต” นายไพบูลย์ กล่าว
นายสุกิจ อุดมศิริกุล กรรมการผู้จัดการ สายงานวิจัยหลักทรัพย์ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) กล่าวว่า ยังคงเป้าหมายดัชนีในครึ่งปีแรกที่ 1,430 จุด และสิ้นปีที่ 1,650 จุด ดัชนียังมีโอกาสปรับเพิ่มขึ้นได้ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ส่วนผลประกอบการ บจ.งวดไตรมาส 1/2559 มีแนวโน้มที่ดีบางกลุ่มกำไรดีกว่าคาดการณ์
อย่างไรก็ตาม จะยังไม่เห็นการปรับขึ้นประมาณการกำไร บจ.ปี 2559 เพราะยังมีความเสี่ยงด้านภัยแล้ง ส่วนตลาดในไตรมาส 2 ยังมีโอกาสปรับฐานมีแนวรับที่ 1,350 จุด และมีโอกาสปรับขึ้นในไตรมาส 3 จากการลงทุนภาครัฐที่มีพัฒนาการเชิงบวก แต่หุ้นกลุ่มรับเหมาฯ ยังไม่ฟื้นตัวตอบรับประเด็นนี้เมื่อเปรียบเทียบหุ้นกลุ่มอื่นๆ ที่ราคาเริ่มฟื้นตัว ทั้งนี้ยังคงประมาณการกำไรต่อหุ้นปี 2559 ไว้ที่ 94 บาท เพิ่มขึ้นประมาณ 20% จากปี 2558 ที่มีฐานต่ำ
“ปีนี้จะเริ่มเห็นเงินทุนต่างชาติเริ่มไหลกลับเข้ามาในตลาดหุ้นเกิดใหม่รวมถึงไทย จึงไม่แปลกที่เดือน เม.ย.-พ.ค.จะเห็นแรงขายออกมาบ้างเป็นการแกว่งตามตลาดหุ้นโลก” นายสุกิจ กล่าว







