
รัฐไม่เสี่ยงลุยไฮสปีด
รถไฟฯ เล็งเปิดเอกชนร่วมทุนรถไฟความเร็วสูง 2 เส้นแบบ PPP Net Cost ลดความเสี่ยงภาครัฐ
รถไฟฯ เล็งเปิดเอกชนร่วมทุนรถไฟความเร็วสูง 2 เส้นแบบ PPP Net Cost ลดความเสี่ยงภาครัฐ
นายสราวุธ เบญจกุล ประธานกรรมการ (บอร์ด) การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมบอร์ด รฟท. เมื่อวันที่ 10 พ.ค.ที่ผ่านมา มีมติเห็นชอบให้ รฟท.ดำเนินการโครงการรถไฟความเร็วสูงช่วงกรุงเทพฯ-หัวหิน 9.46 หมื่นล้านบาท และช่วงกรุงเทพฯ-ระยอง 1.52 แสนล้านบาท โดยเบื้องต้นจะเปิดให้เอกชนร่วมลงทุนในรูปแบบ PPP Net Cost คือรัฐเป็นผู้จัดหาที่ดิน ส่วนเอกชนทำหน้าที่ลงทุนงานโยธางานระบบรถไฟฟ้าและขบวนรถ ตลอดจนจัดเก็บค่าโดยสารและแบ่งรายได้ให้กับรัฐ
“รูปแบบการลงทุนทั้งสองโครงการจะมีหลายรูปแบบ แต่รูปแบบที่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุด คือ รูปแบบ PPP Net Cost โดย รฟท.จะจัดหาที่ดิน ส่วนเอกชนจะลงทุนก่อสร้างและจัดเก็บค่าโดยสารจากนั้นจะแบ่งรายได้ให้รัฐ ซึ่งถือเป็นรูปแบบที่ภาครัฐมีความเสี่ยงต่ำที่สุด เพราะภาระส่วนใหญ่อยู่กับภาคเอกชน ขณะที่การก่อสร้างจะเป็นรูปแบบออกแบบและก่อสร้างไปพร้อมกัน เพื่อลดเวลาในการก่อสร้างระยะเวลาสัมปทาน 25 ปี” นายสราวุธ กล่าว
นายสราวุธ กล่าวว่า หลังจากนี้ รฟท.จะเสนอทั้งสองโครงการไปให้กระทรวงคมนาคมพิจารณา และส่งเรื่องไปให้คณะกรรมการนโยบายการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (บอร์ดพีพีพี) ที่มี นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน พิจารณาอนุมัติเป็นโครงการพีพีพี ฟาสต์แทร็ก ภายในเดือน มิ.ย.นี้ ก่อนเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบ และเปิดประมูลโครงการภายในปีนี้ คาดเริ่มก่อสร้างในปี 2560
นายสราวุธ ยังระบุอีกว่า บริษัท ปตท. ได้ทำการเสนอแผนพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (สมาร์ทซิตี้) มาให้ รฟท.พิจารณา เพื่อเพิ่มทางเลือกในการพัฒนาระบบรางและพัฒนาเมืองให้เติบโตอย่างสอดคล้องกับแผนการลงทุนรถไฟความเร็วสูงของ รฟท. โดยแผนที่บริษัท ปตท.เสนอมานั้น รฟท.จะเสนอให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาต่อไป
“แผนที่ ปตท.ศึกษามาคือ การวางแนวทางพัฒนาพื้นที่เมืองและริมทางรถไฟให้เกิดขึ้นเป็นพื้นที่เชิงพาณิชย์ โดยเปิดให้เอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนา เพื่อรองรับการลงทุนรถไฟทางคู่ และรถไฟความเร็วสูง โดยแผนดังกล่าวจะพัฒนาที่ดินย่านพหลโยธินและพื้นที่หัวเมืองต่างๆประมาณ 10 เมือง เช่น จ.ขอนแก่น หนองคาย เชียงใหม่ ภูเก็ต แหลมฉบัง และเชียงรากน้อย เป็นต้น โดยหลังจากนี้ รฟท.ก็จะรายงานแผนให้กระทรวงคมนาคมทราบ หากเห็นกระทรวงเห็นชอบให้นำมาพัฒนาก็จะต้องส่งผลศึกษาให้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) จัดทำรายละเอียด” นายสราวุธ ระบุ
ทั้งนี้ แผนพัฒนาเมืองอัจฉริยะที่ ปตท.จัดทำขึ้นนั้น เป็นผลจากการที่ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกฯ และอดีต รมว.คมนาคม ต้องการผลักดันให้พัฒนาพื้นที่โดยรอบริมทางรถไฟให้เติบโตไปพร้อมๆ กับโครงการขนส่งระบบราง
นายสราวุธ กล่าวว่า บอร์ด รฟท.ยังเห็นชอบให้ รฟท.เปิดให้เอกชนเข้าลงทุนเดินรถขนส่งสินค้าในเส้นทางรถไฟขอนแก่น-แหลมฉบัง เพื่อให้เอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการขนส่งทางรางมากขึ้น
นอกจากนี้ บอร์ด รฟท.ยังเห็นชอบการจัดทำงบปี 2560 ของ รฟท. โดย รฟท.ประมาณการรายได้จากการดำเนินการไว้ที่ 10,648 ล้านบาท ส่วนงบรายจ่ายอยู่ที่ 31,841 ล้านบาท เมื่อหักลบกับเงินอุดหนุนค่าโดยสารบริการสาธารณะ (PSO) ประจำปี 2560 จำนวน 3,298 ล้านบาท และเงินชดเชยผลการขาดทุน 2,500 ล้านบาท จะทำให้ในปีงบ 2560 รฟท.จะต้องได้รับเงินเงินอุดหนุนบริการสาธารณะและเงินชดเชยผลขาดทุน 15,394 ล้านบาท







