posttoday
คาดมาตรการกระตุ้น หนุนเศรษฐกิจญี่ปุ่นฟื้น

คาดมาตรการกระตุ้น หนุนเศรษฐกิจญี่ปุ่นฟื้น

12 พฤษภาคม 2559

หลังจาก ชินโสะ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ได้ประกาศแผนกระตุ้นเศรษฐกิจอาเบะโนมิกส์ (Abenomics)

โดย...บัณฑิต มาเจริญ ฝ่ายวิจัย บลจ.กรุงไทย

หลังจาก ชินโสะ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ได้ประกาศแผนกระตุ้นเศรษฐกิจอาเบะโนมิกส์ (Abenomics) ผ่านมาตรการ 3 ด้าน หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า “ธนูสามดอก” โดยเป็นการผ่อนคลายนโยบายการคลังและการเงิน รวมไปถึงการปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจในด้านต่างๆ เพื่อต้องการยกระดับการเติบโตของเศรษฐกิจญี่ปุ่นให้สูงขึ้น ซึ่งหลังจากนโยบายต่างๆ ได้ประกาศใช้โดยเฉพาะในส่วนนโยบายผ่อนคลายการเงิน เศรษฐกิจของญี่ปุ่นก็ค่อยๆ ปรับตัวดีขึ้นตามลำดับ แต่ในระยะหลังตัวเลขเศรษฐกิจเริ่มมีทิศทางที่อ่อนตัวลง ซึ่งได้สร้างความกังวลต่อแนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจญี่ปุ่นที่อาจจะอ่อนตัวลงจากที่เคยคาดการณ์กันไว้

โดยตัวเลขสำคัญอย่างอัตราการเติบโตของจีดีพีในไตรมาส 4 ปี 2558 ที่ประกาศออกมาหดตัว 1.4% เทียบกับไตรมาสก่อน (ปรับฤดูกาล, คิดเป็นอัตราต่อปี) เพราะว่าอุปสงค์ภายในประเทศที่อ่อนตัวลงจากช่วงก่อนทั้งจากการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชน จนดูเหมือนว่าการบรรลุเป้าหมายเงินเฟ้อที่ 2% ของธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ภายในเดือน ก.ย. 2559 มีโอกาสเป็นไปได้น้อยลง และยิ่งราคาน้ำมันลดลง รวมถึงผลของค่าเงินเยนที่มีทิศทางแข็งค่าขึ้น (จากปลายปีก่อนที่อยู่ในระดับประมาณ 120 เยน/เหรียญสหรัฐ มาอยู่ที่ 110 เยน/เหรียญสหรัฐ) ยิ่งกดดันทำให้เงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำ นอกจากนี้ค่าเงินเยนที่แข็งค่าขึ้นยังมีผลกระทบไปยังภาคส่งออก ทำให้การส่งออกในเดือน มี.ค.ที่ผ่านมายังหดตัวที่ 6.8% นับเป็นการลดลงเป็นเดือนที่ 6 ติดต่อกัน

แต่ในด้านตลาดแรงงานญี่ปุ่นยังคงปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง อัตราการว่างงานมีแนวโน้มที่ลดลงอย่างชัดเจน ล่าสุดในเดือน มี.ค. 2559 อัตราการว่างงานอยู่ที่ 3.2% จากที่เคยสูงถึง 5.5% ในปี 2552 ด้วยตลาดแรงงานที่มีอยู่ในภาวะที่ตึงตัว ก็เริ่มเห็นการปรับขึ้นค่าจ้างในบริษัทใหญ่ๆ อาทิ โตโยต้า มอเตอร์ ที่ได้บรรลุข้อตกลงกับสหภาพแรงงานในการขึ้นค่าแรงในปี 2559 โดยพนักงานได้รับค่าแรงเพิ่ม 1,500 เยน/เดือน ซึ่งก็เป็นสัญญาณที่ดีที่อาจจะเห็นบริษัทอื่นๆ ปรับขึ้นค่าจ้างในการเจรจาต่อรองในช่วงฤดูใบไม้ผลิที่เรียกว่า “Shunto Negotiations” นี้ด้วย ซึ่งส่งผลดีทำให้อำนาจซื้อของผู้บริโภคปรับตัวขึ้นในที่สุด

อย่างไรก็ตาม จากเศรษฐกิจญี่ปุ่นที่อ่อนตัวลงในระยะสั้น ทำให้รัฐสภาญี่ปุ่นเองก็ได้ผ่านงบประมาณประจำปี 2559 มูลค่ากว่า 96.72 ล้านล้านเยน สูงสุดเป็นประวัติการณ์ และอาจมีการปรับลดภาษีนิติบุคคลลงเหลือ 29.9% จาก 32% ในปีงบประมาณ 2559 ซึ่งน่าจะส่งผลดีต่อตลาดหุ้นดังเช่นที่เคยเกิดขึ้นในไทย แสดงให้เห็นทิศทางของนโยบายการคลังที่จะเริ่มมีบทบาทมากขึ้นในการเป็นเครื่องมือกระตุ้นเศรษฐกิจในตอนนี้ ส่วนแผนปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจในระยะยาว อาทิ การยกระดับบรรษัทภิบาลของบริษัทจดทะเบียน การวางเป้าหมายการเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวที่ 40 ล้านคน/ปี รวมไปถึงการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการเป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิกในปี 2563 น่าจะทำให้ภาพเศรษฐกิจในระยะยาวดีขึ้นเป็นลำดับ

ในฝั่งนโยบายการเงิน บีโอเจได้ประกาศใช้มาตรการดอกเบี้ยติดลบในเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ถึงแม้ว่าตลาดเองไม่ได้มีมุมมองเชิงบวกต่อนโยบายดังกล่าวนัก จนทำให้ค่าเงินเยนกลับมาแข็งค่าขึ้น แต่เราเชื่อว่านโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของญี่ปุ่นยังมีความจำเป็นต่อเศรษฐกิจในช่วงนี้อยู่ และท่าทีของบีโอเจก็พร้อมจะผ่อนคลายนโยบายเพิ่มเติมในการประชุมครั้งถัดๆ ไป ซึ่งเราคาดว่าน่าจะเป็นการขยายวงเงินเข้าซื้อ ETF หรือ REIT เพิ่มขึ้น ย่อมจะส่งผลดีต่อตลาดหุ้นญี่ปุ่นโดยตรง ส่วนการลดอัตราดอกเบี้ยให้ติดลบมากขึ้นก็ยังเป็นไปได้อยู่ แต่เรามองว่ามีโอกาสไม่มากหลังจากที่ตลาดตอบรับในเชิงลบ หรือแม้กระทั่งการเข้าแทรกแซงค่าเงินเยนโดยตรงก็เป็นไปได้เช่นกัน หลังจาก ทาโร อาโสะ รมว.คลังญี่ปุ่น แสดงความเป็นห่วงต่อค่าเงินเยนที่แข็งในช่วงที่ผ่านมา ก็น่าจะเสริมความเชื่อมั่นให้กับตลาดได้

ถึงแม้เศรษฐกิจญี่ปุ่นจะเผชิญปัญหาในระยะสั้น แต่ด้วยท่าทีของผู้ดำเนินนโยบายที่พร้อมจะเพิ่มระดับการผ่อนคลายเพื่อช่วยคลี่คลายปัญหาและกระตุ้นการเติบโตให้กับเศรษฐกิจญี่ปุ่น ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้การลงทุนในญี่ปุ่นในระยะนี้มีความน่าสนใจ ส่วนในระยะยาวยังมีความท้าทายจากแผนปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจต่างๆ ก็ต้องคอยเอาใจช่วยนายกฯ อาเบะให้บรรลุเป้าหมายที่ได้วางไว้ครับ

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน