
ปุ๋ยสาดโปรโมชั่นสู้แล้ง
ตลาดปุ๋ยนำเข้าอ่วมภัยแล้งเกษตรกรเงินฝืด นาปรังลดกระทบยอดสั่งซื้อวูบ 5 แสนตัน
ตลาดปุ๋ยนำเข้าอ่วมภัยแล้งเกษตรกรเงินฝืด นาปรังลดกระทบยอดสั่งซื้อวูบ 5 แสนตัน
นายวุฒิพงศ์ วนากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทย-เยอรมัน อินเตอร์เทค โปรดักส์ ผู้จำหน่ายปุ๋ยแบรนด์นกปากห่างและวาฬน้ำเงิน เปิดเผยว่า จากภาวะภัยแล้งที่เกิดขึ้นทั่วประเทศ รวมถึงนโยบายรัฐไม่ส่งเสริมให้ชาวนาทำนาปรัง ประกอบกับกำลังซื้อของชาวนาที่ยังไม่ฟื้นตัว ส่งผลให้ตลาดปุ๋ยนำเข้าปีนี้คาดว่ามูลค่าเหลือ 4.5 ล้านตัน หรือลดลง 5 แสนตัน จากเมื่อปี 2558 มูลค่าราว 5 ล้านตัน และหากเทียบกับปี 2557 มูลค่าปุ๋ยนำเข้า 5.5 ล้านตัน นับว่าตลาดหดตัวลงมาอย่างต่อเนื่อง 2 ปีซ้อน เพราะการทำเกษตรกรรมลดลง
ทั้งนี้ สภาพตลาดปุ๋ยในขณะนี้ค่อนข้างซบเซา เพราะฝนไม่ตกตามฤดูกาลเกิดภาวะภัยแล้ง ทำให้การซื้อปุ๋ยจากชาวนาล่าช้า 1-2 เดือน ในระหว่างนี้คงต้องลุ้นว่าฝนจะตกในช่วงปลายเดือน พ.ค. หรือต้นเดือน มิ.ย. ตามรายงานของกรมอุตุนิยมวิทยาหรือไม่ เนื่องจากพฤติกรรมการซื้อปุ๋ยของเกษตรกรจะซื้อก็ต่อเมื่อมีฝนตกแล้ว จากปัจจัยข้างต้นส่งผลให้ตลาดปุ๋ยเกิดการแข่งขันอย่างรุนแรง โดยเฉพาะการทำโฆษณาทางทีวีจัดโปรโมชั่นลดราคา หรือกระทั่งแจกของแถมต่างๆ เพื่อกระตุ้นยอดขาย
“ปีนี้เห็นภาพชัดเจนว่าเกิดการแข่งขันรุนแรงในตลาดปุ๋ย เพราะตลาดมีขนาดเล็กลง ผู้ผลิตต้องช่วงชิงยอดขาย จากการที่ภาครัฐรณรงค์ห้ามเกษตรกรทำนาปรัง ส่งผลให้พื้นที่เพาะปลูกข้าวภาคกลางหายไปเป็นจำนวนมาก โดยยอดการสั่งซื้อปุ๋ยภาคกลางได้รับผลกระทบมากที่สุด เมื่อเทียบกับภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ นอกจากนี้พบว่าเกษตรกรมีแนวโน้มว่าจะซื้อปุ๋ยราคาถูกลง ซึ่งมีตั้งแต่ระดับราคา 9,000-1.5 หมื่นบาท/ตัน”
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ผู้ผลิตปุ๋ยได้ทยอยผลิตสินค้าไว้ในสต๊อกแล้วเพื่อรองรับกับช่วงที่ฝนตก เพราะความต้องการจะเกิดขึ้นทันที สำหรับบริษัทได้ผลิตสินค้าไว้ในสต๊อก 1 หมื่นตัน ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา โดยเตรียมพร้อมกระจายปุ๋ยนกปากห่างผ่านตัวแทนจำหน่าย 200-300 รายทั่วประเทศ พร้อมกันนี้ยังได้จัดโปรโมชั่นปุ๋ยวาฬสีน้ำเงินที่จำหน่ายระบบขายตรง เมื่อศูนย์บริการสั่งซื้อปุ๋ยครบตามเงื่อนไขลุ้นรับรถกระบะและทองคำ
สำหรับรายได้ทั้งปีคาดว่าไม่มีอัตราเติบโต หรือต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท เท่ากับปีที่ผ่านมา แบ่งเป็น รายได้ปุ๋ยนกปากห่างสัดส่วน 90% อีก 10% เป็นวาฬสีน้ำเงิน







