
เว้นภาษีบริจาคเงินกองทุน
ครม.ไฟเขียวลดหย่อนภาษีบริจาคเงินเข้ากองทุนพัฒนาเทคโนโลยีการศึกษา หนุนลงทุนวิจัย คาดกระทบรายได้รัฐ 200 ล้าน
ครม.ไฟเขียวลดหย่อนภาษีบริจาคเงินเข้ากองทุนพัฒนาเทคโนโลยีการศึกษา หนุนลงทุนวิจัย คาดกระทบรายได้รัฐ 200 ล้าน
พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการบริจาคให้แก่กองทุนพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา พร้อมกับอนุมัติร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร เรื่อง มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการบริจาคให้แก่กองทุนพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา เพื่อให้สามารถดำเนินการภายใต้มาตรการดังกล่าวได้
สำหรับสาระสำคัญของมาตรการนี้ คือ กำหนดให้ยกเว้นภาษีเงินได้ให้กรณีบุคคลธรรมดา สำหรับการบริจาคเงินเท่าจำนวนเงินที่บริจาค แต่เมื่อรวมกับเงินบริจาค ตามมาตรา 47 (7) ตามประมวลรัษฎากรแล้ว ต้องไม่เกิน 10% ของเงินได้พึงประเมินหลังหักค่าใช้จ่ายและหักค่าลดหย่อนนั้น ส่วนกรณีของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ให้ยกเว้นสำหรับเงินได้เท่าจำนวนเงินหรือราคาทรัพย์สินที่บริจาค แต่เมื่อรวมกับรายจ่ายเพื่อการกุศลสาธารณะหรือเพื่อการสาธารณประโยชน์ตามมาตรา 65 ตรี (3) แห่งประมวลรัษฎากรแล้ว ต้องไม่เกิน 2% ของกำไรสุทธิ
พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า มาตรการนี้เกิดจากการที่กระทรวงศึกษาธิการได้จัดตั้งกองทุนพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 20 ก.ค. 2553 ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นทุนหมุนเวียนและจัดสรรสำหรับการส่งเสริมการผลิต การวิจัย การพัฒนา และการใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ซึ่งปัจจุบันมียอดเงินกองทุนรวมประมาณ 232.4 ล้านบาท แต่ปัจจุบันกองทุนยังไม่ได้เปิดรับเงินบริจาคแต่อย่างใด
“กระทรวงการคลังคาดว่ามาตรการนี้จะมีผลกระทบต่อการจัดเก็บภาษีประมาณ 200 ล้านบาท/ปี แต่จะช่วยลดภาระงบประมาณรัฐในการสนับสนุนการผลิต การวิจัย การพัฒนา และการใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา”พล.ต.สรรเสริญ กล่าว







