
เอสซีจีชี้ควรให้ความสำคัญอาร์แอนดีเพื่อเพิ่มขีดการแข่งขัน
บอสใหญ่เอสซีจี ระบุไทยใช้งบ R&D น้อย เพียง 0.2 %ของจีดีพีประเทศ หากจะเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในเวทีโลก ต้องให้ความสำคัญ
บอสใหญ่เอสซีจี ระบุไทยใช้งบ R&D น้อย เพียง 0.2 %ของจีดีพีประเทศ หากจะเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในเวทีโลก ต้องให้ความสำคัญ
นายกานต์ ตระกูลฮุน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (เอสซีจี) กล่าวในงานโครงการกิจกรรมเพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศ Thailand Competitiveness Conference 2010 ว่าหากจะเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศไทย จะต้องให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนา หรืออาร์แอนดี ซึ่งที่ผ่านมางบการวิจัยและพัฒนาทั้งประเทศฯอยู่ที่ประมาณ 2 หมื่นล้านบาท แบ่งออกเป็นของภาครัฐ 57% อีก 43% เป็นของภาคเอกชน ถือว่าใช้น้อยมากหรือคิดเป็นเพียง 0.2% ของตัวเลขจีดีพีประเทศ ควรที่จะต้องได้รับการส่งเสริม และเพิ่มงบการวิจัยให้อยู่ที่ 1% ของจีดีพีภายใน 3 ปีข้างหน้า
ด้านนายชาญชัย จารุวัตร์ กรรมการ สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย(TMA) และกรรมการผู้อำนวยการสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) กล่าวว่าจากการจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันประเทศ โดยสถาบันไอเอ็มดี ( The International Institute for Management Development :IMD) แห่งประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ประเทศไทยจัดอยู่อันดับที่ 26 ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านมาเลเซียอยู่อันดับที่ 10 และสิงคโปร์อยู่อันดับที่ 1 สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทยจึงจัดกิจกรรมเพื่อยกขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
ทั้งนี้ เรื่องที่มีการระดมสมอง เช่น การหาข้อตกลงร่วมกันในการขับเคลื่อน เพื่อสร้างคุณธรรมและจริยธรรม มีกติกาการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชน , การสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวกับบุคลากรด้านการวิจัย อาทิ การทำงานกับภาคเอกชน การให้ทุนการศึกษาร่วม การส่งเสริมการโยกย้ายของนักวิจัยระหว่างภาครัฐและเอกชน โดยเน้นไปยังธุรกิจที่ไทยแข่งขันได้ เช่นธุรกิจอาหาร และการท่องเที่ยว เป็นต้น







