posttoday
จัดพอร์ต รับมือเศรษฐกิจ

จัดพอร์ต รับมือเศรษฐกิจ

10 พฤษภาคม 2559

โดย...มณฑล จุนชยะ

โดย...มณฑล จุนชยะ

ภาพการลงทุนจากสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบัน ผมมองว่า ภาพรวมเศรษฐกิจโลกยังพอไปได้ และไม่มีสัญญาณ การถดถอยที่มีนัยสำคัญ แต่ในแง่มุมของการลงทุนนั้นอาจจะมีความผันผวนอยู่พอสมควร ซึ่งคอลัมน์แรกของผมในฉบับนี้ ผมจะขอกล่าวถึงภาพการลงทุนในช่วงไตรมาส 2 และช่วงที่เหลือของปีนี้ ผู้ลงทุนควรมีสินทรัพย์ประเภทใดบ้างในพอร์ตการลงทุน โดยเฉพาะเป็นการลงทุนในช่วงที่เศรษฐกิจโลกมีการเติบโตแบบระมัดระวัง

สำหรับการลงทุนถัดจากนี้ ค่อนข้างเกี่ยวข้องกับความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนที่มีต่อภาพเศรษฐกิจ ซึ่งผมมองว่าความเชื่อมั่นดังกล่าวจะส่งผลต่อความผันผวนในการลงทุนตลอดไตรมาส 2 และช่วงที่เหลือของปีนี้ ประกอบกับธนาคารกลางในหลายๆ ประเทศ โดยเฉพาะต่างซีกโลกกันก็อาจจะใช้นโยบายการเงินที่สวนทางกัน อย่างเช่นสหรัฐอเมริกาและกลุ่มยูโรโซน รวมถึงธนาคารกลางของประเทศแถบเอเชีย และด้วยขนาดของเศรษฐกิจที่ต่างกัน ความเข้มแข็งของภาคเอกชนที่ต่างกัน รวมทั้งการเคลื่อนย้ายเงินที่มีความยืดหยุ่นและคล่องตัวกว่าในอดีต ข้อมูลข่าวสารที่รวดเร็ว ปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ย่อมมีผลต่อความผันผวนที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งในช่วงที่ภาพการลงทุนมีความผันผวน ในแง่การจัด Asset Allocation ในช่วงนี้ ดังนี้

จากภาพดังกล่าว เห็นได้ว่าผมแนะนำให้ปรับสัดส่วนการลงทุนโดยจัดสรรเงินลงทุนในสัดส่วน 60% ลงทุนในประเทศ ส่วน 40% ลงทุนในต่างประเทศ โดยสัดส่วนการลงทุนในหุ้นต่างประเทศ ผมยังคงเน้นลงทุนในตลาดหุ้นภูมิภาคยุโรปและเอเชีย ทั้งนี้ ในส่วนของการลงทุนในกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ทั้งในและต่างประเทศ อาจจะต้องเพิ่มความระมัดระวังในช่วงครึ่งปีหลัง เนื่องจากกองทุนรวมอสังหาฯ เป็นสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับรายได้ค่าเช่า ซึ่งได้รับผลดีในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยทรงตัวในระดับต่ำ แต่ในสถานการณ์ปัจจุบันนี้ ตลาดยังคงติดตามทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐอย่างต่อเนื่อง ซึ่งก็จะส่งผลต่อการปรับตัวของราคาอสังหาริมทรัพย์

อย่างไรก็ตาม ผมมองว่า ในปีนี้ Asset Class ที่จะโดดเด่นขึ้นมายังไม่มีความชัดเจน หลักๆ เป็นผลจากนักลงทุนยังไม่เชื่อมั่นในภาพของเศรษฐกิจโลกอย่างเต็มที่ ดังนั้น พอร์ตการลงทุนจึงควรมีความหลากหลาย ไม่ยึดติดกับสินทรัพย์ใดสินทรัพย์หนึ่งเพียงอย่างเดียว โดยต้องให้ความสำคัญต่อการกระจายความเสี่ยง และปรับความคาดหวังต่อผลตอบแทนให้น้อยลงกว่าในอดีตในลักษณะ Conservative รวมทั้งพยายามแสวงหาช่องทางหรือความยืดหยุ่นในการลงทุนที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ง่าย ทำให้กองทุนประเภท Absolute Funds หรือกองทุนที่มีนโยบายการลงทุนในสินทรัพย์ที่หลากหลายจะเป็นทางเลือกที่ดีในภาวะการลงทุนปัจจุบันนี้

ในแง่ปัจจัยที่ต้องติดตามสำหรับผู้ลงทุนในช่วงครึ่งปีหลัง นอกจากดูพัฒนาการของเศรษฐกิจไทยแล้ว ก็ควรติดตามความชัดเจนของเศรษฐกิจสหรัฐ ประสิทธิผลของนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของธนาคารกลางอย่างยูโรโซนและญี่ปุ่น รวมทั้ง การฟื้นตัวเศรษฐกิจของประเทศจีน โดยมุมมองของผมเศรษฐกิจจีนมีโอกาสผ่านพ้นจุดต่ำสุดไปแล้ว อย่างไรก็ดี ยังคงต้องติดตามดูตัวเลขเศรษฐกิจของจีนต่อไป เนื่องจากปัจจัยหลักๆ เหล่านี้จะมีผลต่อทิศทางการลงทุน ซึ่งปัจจุบันทางการของหลายๆ ประเทศทั่วโลกยังมีความพยายามที่จะออกมาตรการต่างๆ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจและการลงทุน ซึ่งผมจะคอยนำมาเสนอเพื่อปรับแผนการลงทุนให้รับสถานการณ์มากที่สุดครับ

“ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน”

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน