
TUธุรกิจแกร่ง อัตรากำไรโต รายจ่ายเงินลด
ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป แกร่งตามเป้าหมาย กำไรขั้นต้นเพิ่ม ค่าใช้จ่ายทางการเงินลดลง หนี้ที่มีดอกเบี้ยต่ำสุดในรอบ 3 ปี
ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป แกร่งตามเป้าหมาย กำไรขั้นต้นเพิ่ม ค่าใช้จ่ายทางการเงินลดลง หนี้ที่มีดอกเบี้ยต่ำสุดในรอบ 3 ปี
นายไกรสร จันศิริ ประธานกรรมการ บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป (TU) เปิดเผยผลประกอบการงวดไตรมาส 1/2559 ว่า มีกำไรสุทธิ 1,230.82 ล้านบาท ลดลง 287.97 ล้านบาท เกือบ 19% เมื่อเปรียบเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1,518.79 ล้านบาท เนื่องจากกำไรอัตราแลกเปลี่ยนลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากระดับ 1,125 ล้านบาท ในไตรมาส 1/2558 มาอยู่ที่ 264 ล้านบาท ในไตรมาสนี้ ขณะที่ผลงานโดยรวมยังคงแข็งแกร่งเป็นไปตามความคาดหมาย
ทั้งนี้ บริษัทมียอดขาย 31,257 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.3% จากไตรมาส 1/2558 แต่ลดลง 6.2% จากไตรมาส 4 เนื่องจากได้รับผลกระทบของช่วงฤดูกาล โดยมาจากธุรกิจในปัจจุบันและการเข้าซื้อกิจการ 51% ในบริษัท รูเก้น ฟิช (ผู้นำธุรกิจอาหารทะเลในเยอรมนี) ธุรกิจที่เข้มแข็ง และการอ่อนค่าของค่าเงินบาท ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้น 4,848 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.9% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน และเพิ่มขึ้น 2.5% จากไตรมาส 4/2558
“อัตรากำไรขั้นต้นไตรมาสนี้อยู่ที่ 15.5% เทียบ 13.8% ในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน และ 14.2% ในไตรมาส 4/2558 เพิ่มขึ้นเพราะผลงานที่แข็งแกร่งขึ้นของธุรกิจในยุโรป รวมถึงธุรกิจแบรนด์ในยุโรป ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงดีขึ้น รวมถึงราคาวัตถุดิบอยู่ในระดับต่ำ” นายไกรสร กล่าว
อย่างไรก็ตาม ความท้าทายยังคงมีอยู่ เช่น การแข่งขันที่ทวีความรุนแรงของธุรกิจอาหารทะเลแปรรูปในสหรัฐ จึงพยายามรักษาการทำกำไรที่ยั่งยืน เน้นจำหน่ายสินค้าที่สร้างผลกำไรแทนที่จะเน้นยอดขาย มีค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร 3,394 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.9% สาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายการตลาดและส่งเสริมการขายเพื่อสนับสนุนธุรกิจแบรนด์ การดำเนินธุรกิจบริษัท รูเก้น ฟิช และใช้จ่ายด้านบุคลากร
สำหรับค่าใช้จ่ายทางการเงินลดลงเป็น 329 ล้านบาท ซึ่งลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน และไตรมาส 4/2558 เท่ากับ 20.1% และ 27.3% ตามลำดับ จากหนี้ที่ก่อให้เกิดดอกเบี้ยลดลงเป็น 34,994 ล้านบาท ถือว่าต่ำสุดในรอบสามปี รวมถึงไม่มีค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวจากการเข้าซื้อกิจการบัมเบิ้ลบีและการเข้าซื้อกิจการอื่น นอกจากนี้การใช้กลยุทธ์ทางการเงินที่มีประสิทธิภาพและอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงลดลงมาเท่ากับ 3.55% จาก 3.73% และ 4.21% ในไตรมาส 4/2558
ขณะที่อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นสุทธิยังคงลดลงอย่างต่อเนื่องมาอยู่ที่ระดับ 0.69 เท่า ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายของบริษัทที่ 1 เท่า เพราะหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยลดลง ณ สิ้นไตรมาส 1/2559 มีจำนวน 34,944 ล้านบาท ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 49,229 ล้านบาท อัตราการหมุนเวียนของสินค้าคงเหลือ 116 วัน เทียบกับ 131 วัน สาเหตุหลักมาจากการเติบโตของยอดขายที่แข็งแกร่งและการบริหารจัดการสินค้าคงคลังที่มีประสิทธิภาพ แม้ว่าราคาวัตถุดิบปลาทูน่าเพิ่มสูงขึ้นก็ตาม







