
หวั่นบ้านแนวราบสะดุด
หวั่นกำลังซื้อไตรมาส 2 หด บ้านแนวราบชะลอตัว วอนรัฐต่อมาตรการกระตุ้นอสังหาฯ พยุงตลาด
หวั่นกำลังซื้อไตรมาส 2 หด บ้านแนวราบชะลอตัว วอนรัฐต่อมาตรการกระตุ้นอสังหาฯ พยุงตลาด
นายอธิป พีชานนท์ นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร เปิดเผยว่า ภาพรวมของยอดขายใหม่ของที่อยู่อาศัยแนวราบในไตรมาสแรกปี 2559 ถือว่าไม่เลวร้ายนัก เนื่องจากได้ผลดีจากมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ของภาครัฐ แต่ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาว่าผลของมาตรการได้ดึงกำลังซื้อล่วงหน้าไปหมดหรือเปล่า เพราะอาจจะส่งผลให้ยอดขายใหม่ในไตรมาส 2 นั้นชะลอตัวลง โดยตลาดที่อยู่อาศัยแนวราบกลุ่มผู้ซื้อใหญ่สุดจะเป็นบ้านระดับราคาไม่เกิน 5 ล้านบาท
“ภาครัฐควรจะมีมาตรการออกมากระตุ้นกำลังซื้อ อาจจะต่อมาตรการกระตุ้นเดิมออกไปจนถึงสิ้นปี เป็นสิ่งที่รัฐบาลควรจะรีบดำเนินการ เนื่องจากธุรกิจอสังหาฯ นั้นเกี่ยวข้องกับหลายเซ็กเตอร์ทั้งวัสดุก่อสร้างและแรงงานถือเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ และการจะพึ่งเฉพาะโครงการเมกะโปรเจกต์ของภาครัฐที่จะเดินหน้ารถไฟฟ้าหลายเส้นทาง อาจจะไม่เพียงพอต้องอาศัยหลายช่องทางในการช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ” นายอธิป กล่าว
นายเมธา อังวัฒนพานิช รองกรรมการผู้จัดการอาวุโสสายงานพัฒนาธุรกิจและพัฒนาโครงการแนวราบ บริษัท แสนสิริ กล่าวว่า ภาครัฐควรจะต้องมีการขยายมาตรการกระตุ้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ออกไป เนื่องจากเห็นแล้วว่าได้ผลดีเป็นการเร่งให้เกิดการโอน อีกทั้งสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในเวลานี้ยังไม่ดีขึ้น ภาครัฐต้องใช้ธุรกิจนี้เป็นตัวขับเคลื่อน
สำหรับภาพรวมตลาดบ้านแนวราบปีนี้ยังคงทรงตัว โดยผู้ประกอบการที่เน้นจับตลาดระดับบนระดับราคา 8-10 ล้านบาทขึ้นไปนั้นยังขายได้ดี ส่วนระดับกลางลงล่างนั้นยังขายได้ลำบากเนื่องจากสถาบันการเงินระมัดระวังการปล่อยกู้ ซึ่งในไตรมาสแรกของปีนี้บริษัทสามารถปิดการขายโครงการแนวราบไปได้กว่า 3,000 ล้านบาท โดยได้เปิดโครงการแนวราบไปแล้ว 3 โครงการ และเตรียมเปิดอีก 7 โครงการ มูลค่า 8,000 ล้านบาท แบ่งเป็น บ้านเดี่ยว 4 โครงการ ทาวน์เฮาส์ 3 โครงการ ตั้งเป้ายอดขายโครงการแนวราบ 1.4 หมื่นล้านบาท เติบโตจากปีก่อนที่มียอดขาย 1.1 หมื่นล้านบาท กว่า 20%
นายอิสระ บุญยัง กรรมการผู้จัดการ บริษัท กานดา พร็อพเพอร์ตี้ กล่าวว่า ในช่วงเดือน ม.ค.-เม.ย.นี้บริษัทมียอดขาย 608 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 43% สำหรับสินค้าที่ขายได้ดีเป็นทาวน์เฮาส์ระดับราคา 2 ล้านบาท มีสัดส่วนการขาย 70% อีก 30% เป็นบ้านเดี่ยวระดับราคากว่า 3 ล้านบาท ซึ่งจะเห็นได้ว่าที่อยู่อาศัยระดับกลางที่ถือเป็นฐานลูกค้าใหญ่ยังคงเป็นที่ต้องการของตลาด







