posttoday
เงินล้นแบงก์ ธปท.ดูดซับเฉียด1ล้านล.

เงินล้นแบงก์ ธปท.ดูดซับเฉียด1ล้านล.

10 พฤษภาคม 2559

สภาพคล่องล้นระบบ ต่อเนื่อง ธปท.ต้องดูดซับผ่านการออก ขายพันธบัตรแบบทวิภาคีวันเดียวเฉียด 1 ล้านล้าน

สภาพคล่องล้นระบบ ต่อเนื่อง ธปท.ต้องดูดซับผ่านการออก ขายพันธบัตรแบบทวิภาคีวันเดียวเฉียด 1 ล้านล้าน

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานการทำธุรกรรมซื้อคืนพันธบัตรแบบทวิภาคีของ ธปท. ซึ่งเป็นช่องทางหนึ่งที่ ธปท.ใช้ในการดำเนินการผ่านตลาดการเงิน เพื่อจะดูดซับสภาพคล่องโดยการออกขายโดยมีสัญญาซื้อคืน เป็นการดูดเงินออกจากระบบชั่วคราว เพื่อให้สภาพคล่องอยู่ในระดับที่เหมาะสมกับความต้องการถือเงินสำรองของระบบสถาบันการเงิน ซึ่งธุรกรรมซื้อคืนพันธบัตรแบบทวิภาคีจะทำผ่านคู่ค้าที่ ธปท.แต่งตั้ง (Bilateral Primary Dealers) ล่าสุดใน วันที่ 9 พ.ค.ที่ผ่านมา พบว่า ธปท.ดูดซับสภาพคล่องวันเดียวผ่านช่องทางเดียวสูงถึง 998,198 ล้านบาท สอดคล้องกับเมื่อช่วงต้นปีที่เปิดทำการเมื่อวันที่ 3 ม.ค. 2559 ที่มีการออกพันธบัตรดูดซับสภาพคล่อง 1,052,574 ล้านบาท สะท้อนสภาพคล่องในระบบการเงินไทยที่ยังเพิ่มสูงขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ธุรกรรมซื้อคืนพันธบัตรแบบทวิภาคีดังกล่าวมีรายละเอียด แบ่งเป็นการออกขายพันธบัตรเพื่อกู้เงินเข้ามาในอายุ 1 วัน ซึ่ง ธปท.จะกู้ที่อัตราดอกเบี้ยนโยบายเท่านั้น (Fixed-Rate Tender) โดยปัจจุบันอยู่ที่ 1.5% คิดเป็นวงเงินรวม 731,350 ล้านบาท ส่วนธุรกรรมซื้อคืนพันธบัตรแบบทวิภาคีแบบ 7 วัน มีวงเงินรวม 192,480 ล้านบาท และออกพันธบัตรเพื่อกู้อายุ 14 วัน เป็นวงเงินรวม 29,706 ล้านบาท จากที่มีการเสนอเข้ามาถึง 49,510 ล้านบาท ส่วนการออกพันธบัตรกู้อายุ 1 เดือน มีวงเงินรวม 44,662 ล้านบาท จากที่มีการเสนอเข้ามาสูงถึง 68,710 ล้านบาท ซึ่งดอกเบี้ยการกู้พันธบัตรที่อายุมากกว่า 1 วัน ธปท.จะใช้วิธีถัวเฉลี่ยที่ส่วนต่างจากอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ประมูลได้

สำหรับตัวแทนหรือคู่ค้า (Primary Dealers) ที่ ธปท.แต่งตั้งในปัจจุบันมีทั้งหมด 10 ธนาคาร ประกอบด้วย 1.ธนาคารกรุงเทพ 2.ธนาคารกรุงไทย 3.ธนาคารกสิกรไทย 4.ธนาคารกรุงศรีอยุธยา 5.ธนาคารทหารไทย 6.ธนาคารไทยพาณิชย์ 7.ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร 8.ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) 9.ธนาคารออมสิน และ 10. ธนาคารฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้แบงกิ้งคอร์ปอเรชั่น สาขากรุงเทพฯ

ด้านศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีเอ็มบี คาดว่าการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันที่ 11 พ.ค.นี้ ที่ประชุมจะมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.5% เท่าเดิม เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อทั่วไป ทยอยปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดในเดือน เม.ย. เงินเฟ้อพลิกกลับมาเป็นบวกได้เป็นครั้งแรกในรอบ 15 เดือน โดยขึ้นมาอยู่ที่ 0.1% ประกอบกับสถานการณ์ของเศรษฐกิจไทยในช่วงที่ผ่านมา มีทั้งปัจจัยที่อยู่ในภาวะอ่อนแอ และปัจจัยที่มีแนวโน้มดีขึ้น

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ