
บูรณาการกันเถอะ
โดย...วันเพ็ญ พุทธานนท์
โดย...วันเพ็ญ พุทธานนท์
จากคอลัมน์ส่องความคิดฉบับวันศุกร์ที่ 11 มี.ค. 2559 ในหัวข้อ รู้ทันกลการตลาด ที่ผู้เขียนได้กล่าวถึงกรณีชาเขียวพร้อมดื่มกระหน่ำจัดรายการชิงโชคลุ้นรางวัลใหญ่ รวมถึงเครื่องดื่มชูกำลังที่ห้ามจัดชิงโชคใต้ฝา พร้อมทั้งระบุว่า สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ไม่มีการดำเนินงานในเรื่องดังกล่าวทั้งที่มีการจัดห้ามชิงโชคใต้ฝาไว้อย่างชัดเจนนั้น
ทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ได้จัดส่งหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวมา เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องในเรื่องดังกล่าว โดยสรุปได้ว่า ที่ผ่านมา อย.มีการกำกับดูแลควบคุมการโฆษณาผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มกาเฟอีนอย่างเข้มงวด อาทิ ห้ามโฆษณาที่ใช้นักกีฬา ผู้ใช้แรงงาน ดารานักร้องนักแสดงที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี เป็นพรีเซนเตอร์โฆษณาสินค้า ห้ามโฆษณาที่ชักจูง โน้มน้าวให้ซื้อหรือบริโภค ฯลฯ
ในกรณีการโฆษณาในการชิงโชคหรือชิงรางวัลในเครื่องดื่มที่มีกาเฟอีนนั้น ตาม พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ. 2522 ที่ อย.รับผิดชอบ มิได้ให้อำนาจในการกำกับดูแลการโฆษณาดังกล่าว แต่มี พ.ร.บ.ที่กำกับดูแลการชิงโชค ชิงรางวัล คือ พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 และ พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ. 2478 รวมถึงประกาศ กสทช. เรื่องการกระทำที่เป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2555 ขณะที่ อย.ได้มีการควบคุมกำกับดูแลเครื่องดื่มผสมกาเฟอีนอย่างเข้มงวดทั้งการกำหนดปริมาณกาเฟอีน การให้แสดงฉลากคำเตือน การรณรงค์ให้ความรู้แก่ผู้บริโภค ฯลฯ
จากข้อชี้แจงดังกล่าว ทำให้เกิดความกระจ่างในระดับหนึ่งว่า การดูแลเรื่องการจัดชิงโชคในเครื่องดื่มกาเฟอีนนั้น มิใช้อำนาจหน้าที่ของ อย. ผู้เขียนจึงเรียนขออภัย สำหรับข้อมูลที่คลาดเคลื่อนไว้ ณ ที่นี้ และขอสนับสนุนการทำหน้าที่ของ อย.ที่มีเป้าประสงค์เพื่อดูแลและคุ้มครองผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง
แต่สิ่งที่อยากจะขอฝากไว้ถึงการทำงานของหน่วยงานราชการ คือ หลายหน่วยงานยังทำงานซ้ำซ้อนและขาดความชัดเจน จึงอยากเสนอไปยังภาครัฐให้มีการบูรณาการการทำงานใหม่ โดยเน้นการลดความซ้ำซ้อนระหว่างหน่วยงานลง ซึ่งพิจารณาจากเนื้องานเป็นหลัก
ตัวอย่างเช่น การคุมโฆษณาเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของกาเฟอีน กับการควบคุมเรื่องการชิงโชค ทั้งที่เป็นเครื่องดื่มชนิดเดียวกัน แต่การดูแลและควบคุมกลับแยกไปเป็นคนละหน่วยงาน จึงขอเสนอว่าควรให้หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งดูแลแบบเบ็ดเสร็จเพื่อความรวดเร็วและลดช่องโหว่
นอกจากนี้ ยังพบว่า การกระทำผิดของผู้ประกอบการหลายครั้งหากไม่มีผู้ร้องเรียน หน่วยงานราชการก็ไม่สามารถเอาผิดได้ ด้วยเหตุผลที่ว่าบุคลากรไม่เพียงพอต่อการไปสอดส่องตรวจจับ ก็เป็นอีกเรื่องที่ต้องบูรณาการใหม่เช่นกัน ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพื่อดูแลคุ้มครองประชาชนตาดำๆ นี่เอง







