posttoday
4 เทคโนโลยีปฏิวัติโลกยานยนต์

4 เทคโนโลยีปฏิวัติโลกยานยนต์

05 พฤษภาคม 2559

โดย...ยุทธศักดิ์ คณาสวัสดิ์ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน

โดย...ยุทธศักดิ์ คณาสวัสดิ์ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน

ปัจจุบันมีการพูดถึง Technology-based disruption หมายถึงการทำลายล้างสืบเนื่องจากปรับเปลี่ยนเทคโนโลยี เช่น เครื่องพิมพ์ดีดมาเป็นคอมพิวเตอร์ กล้องฟิล์มมาสู่กล้องดิจิทัล โทรศัพท์บ้านมาเป็นโทรศัพท์มือถือ ฯลฯ ทำให้บริษัทจำนวนมากต้องล้มหายตายจากไปเนื่องจากปรับตัวไม่ทัน

อุตสาหกรรมยานยนต์นับเป็นเป้าหมายการทำลายล้างต่อไป โดย โทนี่ เซบา อาจารย์จากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ได้พยากรณ์ว่ารถยนต์สันดาปภายในที่ใช้แพร่หลายในปัจจุบัน จะล้าสมัยลงภายในปี 2568 สืบเนื่องจากการปฏิวัติทางเทคโนโลยีใน 4 ด้าน

ด้านแรก Energy Storage เทคโนโลยีกักเก็บพลังงานก้าวหน้ารวดเร็วมาก โดยแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนซึ่งเดิมใช้ในคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือ และปัจจุบันเริ่มนำมาประยุกต์ใช้กับรถยนต์ไฟฟ้า ราคาลดลงอย่างรวดเร็วมากถึง 16% ต่อปี

ด้านที่สอง Electric Vehicle เดิมรถยนต์ไฟฟ้ามีข้อจำกัด คือ ราคาแบตเตอรี่สูง ทำให้ราคารถยนต์ไฟฟ้าสูงมากตามไปด้วย แต่เมื่อราคาแบตเตอรี่ลดลง ทำให้ต้นทุนผลิตลดลงมาก โดยราคารถยนต์ไฟฟ้าจะเริ่มลดลงต่ำกว่ารถยนต์สันดาปภายในปี 2568 จะมียอดจำหน่ายเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด เนื่องจากมีจุดเด่นมากมาย เช่น ไม่มีมลพิษ ค่าบำรุงรักษาต่ำกว่า คงทนมากกว่า ค่าเชื้อเพลิงต่ำกว่า อัตราเร่งดีกว่า ฯลฯ

ด้านที่สาม Self driving car เทคโนโลยีขับอัตโนมัติจะก้าวหน้ารวดเร็ว ปัจจุบันรถยนต์ราคาแพงเริ่มใช้ระบบกึ่งอัตโนมัติแล้ว เช่น ระบบช่วยจอด ระบบเบรกอัตโนมัติ ระบบรักษาเลน ฯลฯ โดยเฉพาะรถยนต์เทสล่าสามารถขับขี่อัตโนมัติ 90% ของการเดินทาง สำหรับอนาคตจะก้าวสู่อัตโนมัติสมบูรณ์แบบ เราสามารถนอนหลับได้ระหว่างขับขี่ นอกจากสะดวกสบายแล้ว ยังลดอุบัติเหตุอีกด้วย

ด้านที่สี่ Car as a Service ก้าวจากซื้อรถยนต์ไปสู่การใช้บริการรถยนต์ เนื่องจากแม้รถยนต์มีราคาแพง แต่เราใช้ประโยชน์ไม่คุ้มค่า จอดเฉยๆ 96% ของเวลาทั้งหมด หากเปลี่ยนไปสู่การเรียกใช้บริการเป็นครั้งๆ จะลดค่าใช้จ่ายลงมาก ลดปัญหาจราจรติดขัด ยิ่งไปกว่านั้น ความต้องการใช้พื้นที่จอดรถจะลดลงมาก สามารถนำพื้นที่จอดรถไปใช้ประโยชน์ในด้านอื่นๆ เช่น สวนสาธารณะ สนามเด็กเล่น ฯลฯ

สิงคโปร์นับเป็นผู้นำอาเซียนด้านรถยนต์แห่งอนาคต โดยคณะวิศวกรรมเครื่องกลแห่งมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ได้วิจัยรถยนต์ไฟฟ้าขับขี่อัตโนมัติ Computer-Operated Transport vehicle (SCOT) โดยร่วมมือกับสถาบันเทคโนโลยีแห่งแมสซาชูเซตส์ หรือ MIT เมื่อชาร์จเต็ม ขับได้ไกลถึง 150 กม. เมื่อผ่านสถานที่ใด จะจัดเก็บข้อมูลเอาไว้เพื่อให้สามารถขับขี่อัตโนมัติเมื่อขับผ่านในครั้งต่อไป ทั้งนี้ ได้ผลิตต้นแบบแล้วทั้งรถเก๋งและรถบัส กำหนดจะใช้รถยนต์แบบนี้ในมหาวิทยาลัยเพื่อเสริมชัตเติลบัส

ขณะที่ไทยเป็นทั้งวิกฤตและโอกาส โดยวิกฤต คือ ระบบขับเคลื่อนรถยนต์ที่ไทยนำหน้าเพื่อนบ้านมาก เช่น เครื่องยนต์ หัวฉีด เกียร์ ท่อไอเสีย ฯลฯ จะไม่มีอีกต่อไป การผลิตรถยนต์จะง่ายขึ้นมาก เนื่องจากเทคโนโลยีหลักจะลดลงเหลือเพียงไม่กี่อย่าง เช่น มอเตอร์สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ลิเทียม ระบบสารสนเทศ ฯลฯ นับเป็นเทคโนโลยีใหม่ซึ่งไทยไม่ได้โดดเด่นแต่อย่างใด ดังนั้น จะทำให้เพื่อนบ้านสามารถตามทันอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันก็เป็นโอกาสสำคัญของการลงทุนในอนาคต

ข่าวล่าสุด

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า