
คุ้มครองผู้สูงวัย
ในอนาคตอีกไม่ไกล ประเทศไทยของเรากำลังจะเดินหน้าเข้าสู่ “สังคมของผู้สูงอายุ” ซึ่งประเทศไทยยังขาดการเตรียมความพร้อมหลายๆ ด้าน ที่จะมาช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตของผู้สูงอายุ แถมผู้สูงอายุกำลังกลายเป็นกลุ่มเป้าหมายในการหาผลประโยชน์ของผู้ประกอบการบางกลุ่มที่ไม่หวังดี เช่น บรรดาผลิตภัณฑ์สุขภาพที่อวดอ้างสรรพคุณเกินจริง ว่าสามารถรักษาโรคต่างๆ ได้สารพัด แต่เมื่อใช้จริงไม่ได้มีผลใดๆ ตามที่โฆษณา แถมยังอาจก่อให้ผลเสียต่อสุขภาพตามมาอีกต่างหาก เรียกว่าหลอกลวงให้เสียทั้งเงินเสียทั้งสุขภาพ
ในอนาคตอีกไม่ไกล ประเทศไทยของเรากำลังจะเดินหน้าเข้าสู่ “สังคมของผู้สูงอายุ” ซึ่งประเทศไทยยังขาดการเตรียมความพร้อมหลายๆ ด้าน ที่จะมาช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตของผู้สูงอายุ แถมผู้สูงอายุกำลังกลายเป็นกลุ่มเป้าหมายในการหาผลประโยชน์ของผู้ประกอบการบางกลุ่มที่ไม่หวังดี เช่น บรรดาผลิตภัณฑ์สุขภาพที่อวดอ้างสรรพคุณเกินจริง ว่าสามารถรักษาโรคต่างๆ ได้สารพัด แต่เมื่อใช้จริงไม่ได้มีผลใดๆ ตามที่โฆษณา แถมยังอาจก่อให้ผลเสียต่อสุขภาพตามมาอีกต่างหาก เรียกว่าหลอกลวงให้เสียทั้งเงินเสียทั้งสุขภาพ
เมื่อวันที่ 29 เม.ย.ที่ผ่านมา มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคร่วมกับหน่วยงานด้านคุ้มครองผู้บริโภคจัดงาน “สมัชชาผู้บริโภคประจำปี 2559” โดยหนึ่งในกิจกรรมที่น่าสนใจคือ เวทีแลกเปลี่ยนในหัวข้อ “ระบบคุ้มครองผู้บริโภคกับสังคมสูงวัย” โดยเชิญตัวแทนของกลุ่มผู้สูงวัยจากหลายภาคส่วนมาพูดคุยถึงสิทธิผู้บริโภคถึงปัญหาในปัจจุบัน และอะไรบ้างที่หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องควรจัดสรรให้เกิดขึ้น เพื่อรองรับสังคมสูงวัยที่กำลังจะมาถึงในอนาคต
เชษฐา แสนสุข ตัวแทนเครือข่ายผู้สูงอายุผู้ร่วมพูดคุยบนเวที เน้นย้ำว่าทุกข์ของผู้บริโภคส่วนใหญ่คือเรื่องของสุขภาพและค่าใช้จ่ายที่ตามมา ปัจจุบันเบี้ยยังชีพผู้สูงวัยที่รัฐบาลจ่ายให้เดือนละ 600 บาท ไม่เพียงพอต่อการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน แถมยังมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นในส่วนของค่ารักษาพยาบาล รัฐจึงควรจัดให้มี “บำนาญแห่งชาติ” ดูแลผู้สูงวัยเป็นหลักประกันรายได้ ด้วยวงเงินที่สามารถอยู่ได้จริง ไม่ทำให้ผู้สูงวัยต้องเป็นภาระของสังคม เพราะผู้สูงวัยส่วนใหญ่ยังเป็นผู้ที่มีความสามารถทำงานทำหน้าที่ต่างๆ ได้เช่นเดียวกับคนในวัยอื่นๆ
ชุลีพร ด้วงฉิม ตัวแทนเครือข่ายผู้บริโภคกรุงเทพฯ เห็นว่า รัฐจำเป็นต้องสร้างความมั่นคงให้กับผู้สูงวัยตั้งแต่เนิ่นๆ ทั้งเรื่องรายได้ความเป็นอยู่ การส่งเสริมป้องกันโรค เพราะเรื่องโรคภัยไข้เจ็บคือปัญหาหลักในการดำเนินชีวิตของผู้สูงวัย การที่ภาครัฐเข้ามาสนับสนุนทั้งเรื่องการรักษาพยาบาล การให้ความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพ รวมทั้งจัดการกับผลิตภัณฑ์สุขภาพที่หลอกลวงอย่างจริงจัง จะช่วยให้ผู้สูงวัยใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุข
นพ.วิชัย โชควิวัฒน ประธานสมาคมผู้สูงอายุแห่งประเทศไทย กรรมการควบคุมคุณภาพและมาตรฐานบริการสาธารณสุข สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวถึงแนวทางการพัฒนาการคุ้มครองผู้สูงวัยที่ต้องทำให้เกิดขึ้นในสังคมไทยไว้ 4 ข้อ ได้แก่ 1.พัฒนาผู้สูงวัยให้เข้มแข็งขึ้น เพื่อให้ช่วยตัวเองได้ โอกาสถูกหลอกจะน้อยลง 2.ส่งเสริมการพัฒนาองค์กร ให้มีการรวมกลุ่มเป็นชมรม สมาคม 3.ทำเครือข่ายของกลุ่มคนและองค์กรต่างๆ และ 4.ผลักดันสร้างสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้น







