
คลังชูกลุ่มทุนผลักนโยบายสู้กับอาเซียน
โพสต์ทูเดย์
— ไทยส่งออกเพื่อนบ้านเพิ่มขึ้นหลังอาเซียนเปิดประตูภาษี คลังกล่อมหอการค้า ตปท.ร่วมให้ข้อมูลกับภาครัฐนำไปกำหนดนโยบายนายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คลัง เปิดเผยในการปาฐกถากับสมาชิกของหอการค้าร่วมต่างประเทศกว่า 150 คน ในการเตรียมความพร้อมเพื่อก้าวไปสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 ว่า การส่งออกของไทยไปยังประเทศในภูมิภาคนี้เพิ่มสูงขึ้นมาก ตัวเลขเฉพาะเดือน มิ.ย. เรามียอดส่งออกถึง 1.8 หมื่นล้านบาท และตั้งแต่มีการยกเลิกภาษีระหว่างอาเซียน ทำให้ไทยมียอดการส่งออกไปยังฟิลิปปินส์เพิ่มขึ้นถึง 90% ส่งออกไปอินโดนีเซียเพิ่มขึ้น 89% ขณะที่การส่งออกไปมาเลเซียก็เพิ่มขึ้น 62%
“
ยอดการส่งออกที่ดีขึ้นนี้สะท้อนให้เห็นว่า การรวมอาเซียนนั้นมีผลในทางบวกต่อเรา และเพื่อให้เกิดความสำเร็จอย่างยั่งยืน ไทยต้องเตรียมตัวให้พร้อมกับการเคลื่อนย้ายอย่างอิสระของปัจจัยการผลิต การบริการ การลงทุน เงินทุน หรือแรงงานระหว่างกลุ่มประเทศอาเซียน”รมช.คลัง กล่าวนายประดิษฐ์ ยังกล่าวอีกว่า ประเทศไทยจะแข่งขันกับประเทศอื่นไม่ได้ หากนักการเมืองขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความต้องการของภาคธุรกิจ และสภาพการแข่งขันระหว่างภูมิภาค จึงอยากให้ภาคธุรกิจทำงานร่วมกับภาครัฐอย่างใกล้ชิดขึ้น
นายประดิษฐ์ กล่าวว่า ขณะนี้รัฐบาลกำลังปฏิรูปกรมศุลกากรเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับการค้า ให้ภาคธุรกิจทำงานได้อย่างสะดวกราบรื่นขึ้นเกิดความโปร่งใส และทำให้คำวินิจฉัยของกรมศุลกากรมีความเที่ยงธรรมยิ่งขึ้น แผนปฏิรูปกรมศุลกากรนี้จึงป็นการยกเครื่องการทำงานของกรมศุลกากรครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ก่อตั้งมากว่า 135 ปี
ดังนั้น รัฐบาลจึงมั่นใจว่าประเทศไทยจะแข่งขันในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนได้ หากภาคธุรกิจร่วมแบ่งปันความรู้ความเข้าใจในการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันให้กับภาครัฐ เพื่อร่วมกำหนดเป็นวาระแห่งชาติ จึงขอให้ภาคธุรกิจต้องผลักดันให้มากขึ้น เพื่อให้ข้อคิดเห็นนั้นเข้าไปสู่นโยบายของรัฐบาล







