
คืบหน้า8มาตรการแก้แล้ง
โดย...ทีมข่าวเศรษฐกิจโพสต์ทูเดย์
โดย...ทีมข่าวเศรษฐกิจโพสต์ทูเดย์
รายงานของศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจแก้ไขปัญหาวิกฤตภัยแล้ง ปี 2558/2559 ระดับชาติ (ศก.กช.) ที่มี พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน ประจำวันที่ 1 พ.ค. 2559 ที่ผ่านมา การแก้ไขปัญหาคืบหน้าตามลำดับ
โดยเฉพาะการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติ ที่มีการประกาศเขต (ภัยแล้ง) จำนวน 32 จังหวัด 198 อำเภอ 968 ตำบล 8,046 หมู่บ้าน ซึ่งปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้ว จำนวน 3 จังหวัด ได้แก่ จ.ร้อยเอ็ด พิษณุโลก และเชียงราย ซึ่งมูลค่าความเสียหายประมาณ 15,514.65 ล้านบาท ใกล้เคียงกับที่ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย คาดการณ์ไว้
ทั้งนี้ พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวว่า มาตรการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ปี 2558/2559 จำนวน 8 มาตรการ ซึ่งมีความคืบหน้าในสัดส่วน 70-100% ได้แก่ 1.มาตรการส่งเสริมความรู้และสนับสนุนปัจจัยการผลิตเพื่อลดรายจ่ายในครอบครัว แบ่งเป็นโครงการตามแผนชุมชนเพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้งด้านเกษตร รับผิดชอบโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ช่วยเหลือเกษตรกรได้ 385,137 ราย วงเงิน 993.67 ล้านบาท
ขณะที่โครงการลดค่าครองชีพโดยจำหน่ายสินค้าราคาเหมาะสม โดยกระทรวงพาณิชย์ช่วยลดภาระค่าครองชีพได้ 28.98 ล้านบาท ประชาชนร่วมงาน 176,657 คน ศูนย์จำหน่ายสินค้าเกษตรชุมชน (Farm Outlet) จำนวน 40,730 ครัวเรือน จัดตั้งศูนย์จำหน่ายสินค้าเกษตรชุมชนแห่งใหม่ 6 แห่ง จากเดิมมี 25 แห่ง รวมเป็น 31 แห่ง
2.มาตรการชะลอหรือขยายระยะเวลาชำระหนี้ที่เกษตรกรมีภาระหนี้กับสถาบันการเงิน ได้แก่ ลดค่าเช่าที่ดิน ลดค่าเช่าซื้อที่ดิน เงินกู้ มีเกษตรกรได้รับความช่วยเหลือ 22,781 ราย วงเงิน 69.52 ล้านบาท ส่วนการให้สินเชื่อและขยายระยะเวลาชำระหนี้ โดยธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร และธนาคารออมสิน มีประชาชนและเกษตรกร 65,771 ราย ได้รับความช่วยเหลือ เป็นเงินทั้งสิ้น 5,100.29 ล้านบาท
3.มาตรการจ้างงานเพื่อสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร มีการจ้างงานเพื่อสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร มีการจ้างงานแล้ว 348,478 ราย เบิกจ่ายแล้ว 2,809.61 ล้านบาท ได้แก่ จ้างงานชลประทาน จ้างงานเร่งด่วน และพัฒนาทักษะฝีมือ จ้างงานจากเงินเชิงป้องกัน หรือยับยั้งภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน
4.มาตรการเสนอโครงการพัฒนาอาชีพตามความต้องการของหมู่บ้าน/ชุมชนเพื่อบรรเทาผลกระทบภัยแล้ง รวมเบิกจ่ายลงพื้นที่ประสบภัยแล้ง 4,404.05 ล้านบาท คิดเป็น 96.76% ของงบประมาณทั้งหมด 4,551.75 ล้านบาท จำนวนโครงการทั้งหมด 8,172 โครงการ
5.มาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำ ได้แก่ การสร้างการรับรู้ผ่านสื่อ โครงการส่งเสริมการปลูกข้าวโดยวิธีเปียกสลับแห้งเพื่อการประหยัดน้ำ โดยมีเป้าหมาย 100 แปลง
6.มาตรการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุน การปฏิบัติการฝนหลวง จำนวน 58 วัน มีวันฝนตกจากปฏิบัติการฝนหลวง 85.9% รวม 60 จังหวัด ทำให้มีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างสะสมรวม 84.55 ล้าน ลบ.ม.
นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาแหล่งน้ำบาดาลโดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป้าหมาย 6,030 แห่ง ทำได้ 2,415 แห่ง คิดเป็น 40% โครงการขุดบ่อน้ำบาดาล โดยกระทรวงกลาโหม ดำเนินการแล้ว 1,322 แห่ง อยู่ระหว่างดำเนินการ 368 แห่ง ยังไม่ดำเนินการ 95 แห่ง จากเป้าหมายทั้งหมด 1,785 แห่ง
7.มาตรการเสริมสร้างสุขภาพและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และ 8.มาตรการสนับสนุนอื่นๆ เช่น โครงการอบรมเพื่อเพิ่มการผลิตของเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง จากปัญหาราคาสินค้าเกษตร ดำเนินการอบรม 208,088 ราย หรือ 94.37% ของเป้าหมาย การบริการข้อมูลและบริการภาครัฐผ่านศูนย์กลางแอพพลิเคชั่นภาครัฐ โครงการระบบสารสนเทศเพื่อติดตามและประเมินผลโครงการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้ง การส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีเกษตรเพื่อกระจายรายได้ไปสู่ภาคการเกษตร โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นต้น
นี่คือปัญหาและการแก้ปัญหาภัยแล้งเบื้องต้น โดยการบูรณาการร่วมกันหลายกระทรวง แม้ฝนจะมีทีท่าจะตกในช่วงปลายเดือน พ.ค.นี้ แต่คาดการณ์ว่าอาจจะเกิดฝนทิ้งช่วงอีกครั้งในเดือน มิ.ย.-ก.ค. ต้องรอดูว่าจะฝ่าวิกฤตภัยแล้งไปได้แค่ไหน







