posttoday
วอนรัฐต่ออายุบีโอไอหนุนเอสเคิร์ฟ

วอนรัฐต่ออายุบีโอไอหนุนเอสเคิร์ฟ

03 พฤษภาคม 2559

ส.อ.ท.หวังรัฐออกสิทธิประโยชน์ให้ผู้ประกอบการที่ใช้สิทธิบีโอไอหมดแล้ว พร้อมคัดค้านค่าแรง 360 บาท

ส.อ.ท.หวังรัฐออกสิทธิประโยชน์ให้ผู้ประกอบการที่ใช้สิทธิบีโอไอหมดแล้ว พร้อมคัดค้านค่าแรง 360 บาท

นายพรเทพ ศักดิ์สุจริต กรรมการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และกรรมการผู้จัดการ บริษัท อุดร มาสเตอร์เทค ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งอยู่ในกลุ่ม 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย (เอสเคิร์ฟ) ที่รัฐบาลต้องการสนับสนุนการลงทุน เปิดเผยภายหลังนายพสุ โลหารชุน อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) เยี่ยมชมกิจการ ว่า อยากให้รัฐบาลช่วยเหลือด้านต้นทุนเพื่อให้สามารถขยายการผลิตหรือตั้งโรงงานใหม่เพิ่มเติมได้ เช่น การออกมาตรการส่งเสริมลงทุนให้กับกิจการที่เคยได้รับสิทธิประโยชน์จากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) แต่ใช้สิทธิหมดแล้ว ทั้งการให้สิทธิประโยชน์ใหม่ด้านเครื่องจักร ภาษีที่ดินที่เกี่ยวข้องกับสิทธิประโยชน์สำหรับการลงทุนใหม่ เพื่อจูงใจให้เกิดการลงทุนมากขึ้น โดยจะเสนอแนวคิดนี้ต่อนายเจน นำชัยศิริ ประธาน ส.อ.ท. เพื่อพิจารณาและเสนอต่อภาครัฐต่อไป

“ปัจจุบันบริษัทเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ โดยเป็นผู้ผลิตไทยเพียงรายเดียวที่ผลิตระบบเซ็นเซอร์เบรกรถยนต์ให้กับค่ายรถยนต์หรูของยุโรป เช่น โฟล์คสวาเกน วอลโว่ คอนติเนนทอล เดมเลอร์ เบนซ์ ซึ่งเป็นไปตามนโยบายเอสเคิร์ฟของรัฐบาลอยู่แล้ว ดังนั้นหากภาครัฐสนับสนุนเพิ่มเติมอีกจะส่งผลดีต่อธุรกิจอย่างมาก” นายพรเทพ กล่าว

อย่างไรก็ตาม แม้รัฐบาลมีนโยบายกระตุ้นให้ผู้ประกอบการขยายลงทุนใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย แต่บริษัทยังไม่ตัดสินใจเพราะค่าจ้างขั้นต่ำในระดับ 300 บาท/วัน เป็นอัตราที่สูงมากเมื่อเทียบกับต้นทุนการผลิตของผู้ประกอบการ โดยในพื้นที่ จ.อุดรธานี ก่อนจะมีการปรับค่าจ้างขั้นต่ำมีการจ่ายเงินอยู่ที่ 187 บาท/วัน เมื่อปรับเป็น 300 บาท/วัน ทำให้บริษัทได้รับผลกระทบมาโดยตลอด ขณะที่ปัจจุบันอยู่ระหว่างตัดสินใจว่าอาจจะหันไปลงทุนในประเทศเวียดนามในปี 2560 แทน เพราะต้นทุนค่าแรงต่ำกว่ามาก

ด้าน นายเจน กล่าวว่า จากกรณีที่คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) เรียกร้องให้ภาครัฐปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำจาก 300 บาท เป็น 360 บาททั่วประเทศนั้น สมาชิก ส.อ.ท.ส่วนมากเห็นว่ายังไม่เหมาะสมที่จะปรับขึ้นค่าแรงงานในตอนนี้ เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจในหลายพื้นที่ยังไม่ฟื้นตัวดีนัก และที่ผ่านมาการปรับขึ้นค่าแรง 300 บาท ก็ส่งผลให้ผู้ประกอบการหลายรายรับภาระไม่ไหว หากปรับขึ้นอีกเชื่อว่าผู้ประกอบการจะได้รับผลกระทบอีกจำนวนมากโดยเฉพาะผู้ประกอบการเอสเอ็มอี

“อยากให้การปรับขึ้นค่าแรงเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการไตรภาคีแต่ละจังหวัดมากกว่า ส่วนกลางไม่ควรชี้นำ เนื่องจากคณะกรรมการแต่ละจังหวัดจะรู้ข้อมูลดีที่สุดว่าผู้ประกอบการแต่ละพื้นที่รับภาระค่าแรงงานได้มากน้อยเท่าไร ควรศึกษาข้อดีข้อเสียให้ดี หากปรับขึ้นค่าแรงงานแต่ผู้ประกอบการแบกรับภาระไม่ได้ สุดท้ายต้องปิดกิจการ แรงงานต้องถูกเลิกจ้าง จะส่งผลอย่างไร” นายเจน กล่าว

นายถาวร ชลัษเฐียร รองประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า การปรับขึ้นค่าแรงในอนาคตควรลอยตัวค่าแรง โดยกำหนดขั้นต่ำไว้ที่ 300 บาท จากนั้นให้ปรับขึ้นตามทักษะ เช่น ให้สอบใบมาตรฐานแรงงานของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน และแต่ละบริษัทควรมีโครงสร้างเงินเดือนที่ชัดเจน เพื่อให้พนักงานต้องพัฒนาประสิทธิภาพก่อนจะพิจารณาปรับขึ้นเงินเดือน

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี