
ปฏิรูปแรงงานสู่มติใหม่
วันแรงงานแห่งชาติ 1 พ.ค. ซึ่งเพิ่งผ่านพ้นไป เป็นธรรมเนียมทุกครั้งที่ภาคผู้ใช้แรงงานจะต้องมีข้อเรียกร้องให้รัฐบาล ปีนี้ยื่นข้อเรียกร้องขอให้ปรับค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 360 บาท แถมพ่วงขอให้รัฐบาลให้สัตยาบันอนุสัญญาการแรงงานระหว่างประเทศ (ไอแอลโอ) อีกทั้งเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกนโยบายแปรรูปรัฐวิสาหกิจทุกรูปแบบ และยังมีข้อเรียกร้องต่างๆ นัยว่าเพื่อให้แรงงานพ้นจากการถูกรังแกหรือถูกกดขี่จากนายจ้าง
วันแรงงานแห่งชาติ 1 พ.ค. ซึ่งเพิ่งผ่านพ้นไป เป็นธรรมเนียมทุกครั้งที่ภาคผู้ใช้แรงงานจะต้องมีข้อเรียกร้องให้รัฐบาล ปีนี้ยื่นข้อเรียกร้องขอให้ปรับค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 360 บาท แถมพ่วงขอให้รัฐบาลให้สัตยาบันอนุสัญญาการแรงงานระหว่างประเทศ (ไอแอลโอ) อีกทั้งเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกนโยบายแปรรูปรัฐวิสาหกิจทุกรูปแบบ และยังมีข้อเรียกร้องต่างๆ นัยว่าเพื่อให้แรงงานพ้นจากการถูกรังแกหรือถูกกดขี่จากนายจ้าง
ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่ากำลังแรงงานซึ่งมีงานทำจำนวนประมาณ 38.37 ล้านคน ไม่ใช่มีอยู่แต่ในภาคอุตสาหกรรมซึ่งมีแรงงานคิดเป็นสัดส่วน 16.7% หรือมีผู้ใช้แรงงานอยู่ประมาณ 6.54 ล้านคน แรงงานส่วนใหญ่อยู่ในภาคเกษตรและภาคบริการทั้งค้าปลีก-ส่ง-ก่อสร้าง-ท่องเที่ยว-โลจิสติกส์-สาธารณสุข-สถาบันการเงิน ฯลฯ ขณะที่รัฐวิสาหกิจมีแรงงานไม่มาก และยังมีแรงงานอิสระนอกระบบอีกประมาณ 3.38 ล้านคน
ที่กล่าวมาข้างต้นเพื่อให้เห็นว่าโครงสร้างแรงงานกระจายอยู่ในหลายภาคส่วน ข้อเรียกร้องต่างๆ ต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อแรงงานทั้งระบบซึ่งส่วนใหญ่จำนวนมากไม่ได้อยู่ในภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะแรงงานรับจ้างในภาคเกษตรและแรงงานในภาคบริการซึ่งลักษณะงานมีความแตกต่างจากภาคการผลิต เช่น แรงงานประมง แรงงานในสวน-ไร่-นา แรงงานขนส่งฯลฯ พวกนี้จะไปกะเกณฑ์ให้ทำงานแบบแรงงานในอุตสาหกรรมหรือสำนักงานคงไม่ได้
ในทศวรรษใหม่ที่จะไปสู่ปี 2560 แนวโน้มเศรษฐกิจของโลกจะมีการเชื่อมโยงกันอย่างแยกไม่ออก การเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือเออีซี ซึ่งกำลังยกระดับให้มีความเข้มข้นในการเปิดตลาดการค้า-การลงทุนและเคลื่อนย้ายแรงงานอย่างเสรี อีกทั้งการเข้าสู่กรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจไม่ว่าจะเป็นการค้าเสรีภายใต้ข้อตกลงเอฟทีเอ หรือการเข้าสู่ “ความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก” หรือทีพีพี กรอบความร่วมมือของตกลงการค้าเหล่านี้จะทำให้เกิดแผนที่ใหม่ด้านเศรษฐกิจและการลงทุน หรือพูดให้ง่ายก็คือประเทศใดต้นทุนต่ำ มีปัจจัยเอื้อการลงทุนที่ดีกว่าก็จะย้ายฐานการผลิต
ดังนั้นภาคแรงงานคงต้องปรับตัวครั้งใหญ่ ทั้งด้านการเสริมสร้างทักษะ ใฝ่รู้ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน พัฒนาผลิตภาพแรงงานของตนเองให้เด่นชัดในแต่ละสาขาอาชีพ ขณะที่แรงงานใหม่ที่จะเข้าสู่ระบบต้องเตรียมความพร้อมการทำงานอย่างมืออาชีพ ต้องตั้งใจและมุ่งมั่นที่จะประสบความสำเร็จในอาชีพ เพราะที่สุดก็ต้องมีครอบครัว พ่อ-แม่คงเลี้ยงดูไม่ได้ตลอด อย่าเปลี่ยนงานบ่อยเกินไปเพื่อความสนุกเอาไว้แชตกับเพื่อนๆ เพราะแนวโน้มแรงงานในอนาคตจะเข้าสู่มติใหม่ในการยกระดับคุณภาพการทำงานให้ดีขึ้น ไม่มัวแต่เรียกร้องค่าจ้างทำงานไปวันๆ โดยไม่คิดจะปรับปรุงพัฒนาตนเองยกระดับการทำงานเพื่อให้มีรายได้ที่สูงขึ้น หากประเทศไทยไม่สามารถหลุดจากกับดักเช่นนี้ได้ ก็น่าเป็นห่วงอนาคตของประเทศว่าจะสามารถแข่งขันกับใครได้
ทั้งนี้ การปฏิรูปขับเคลื่อนแรงงานภายใต้มติและบริบทใหม่คงต้องร่วมมือกันทุกภาคส่วน โดยต้องเริ่มจากกระทรวงแรงงานต้องยกเครื่องเปลี่ยนจากบทบาทที่เน้นด้านสังคมไปสู่กระทรวงเศรษฐกิจ เพราะทรัพยากรมนุษย์เป็นหัวใจของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ขณะที่องค์กรเกี่ยวกับแรงงานคงต้องมองอนาคตว่าทิศทางของแรงงานจะพัฒนาให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงได้อย่างไร....จริงไหมครับ (สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมดูได้ทางเว็บไซต์ www.tanitsorat.com หรือ www.facebook.com/tanit.sorat)







