
เบิกจ่ายงบท่อตัน ซ้ำเติมเศรษฐกิจปีนี้
โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง
โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง
การปรับตัวเลขเศรษฐกิจปี 2559 ของกระทรวงการคลังจาก 3.7% เหลือ 3.3% กระทรวงการคลังจะให้น้ำหนักกับเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวกว่าที่คาด ทำให้การส่งออกของไทยได้รับผลกระทบเพิ่ม จากที่คาดว่าจะขยายตัวได้ 0.1% เป็นติดลบ 0.7%
อย่างไรก็ตาม หากดูไส้ในของการประเมินเศรษฐกิจล่าสุดของกระทรวงการคลัง จะพบว่า เศรษฐกิจชะลอลงมาจากแรงขับเคลื่อนแทบทุกตัว ตั้งแต่การบริโภคภาคเอกชน จากเดิมคาดว่าจะโต 2.4% เหลือ 2.1% การลงทุนภาคเอกชนที่รัฐบาลอยากให้มาเป็นพระเอกขับเคลื่อนเศรษฐกิจปีนี้ จากเดิมที่คิดว่าจะโตได้ 4.5% เหลือ 3.0%
ด้านการใช้จ่ายภาครัฐจากที่คิดว่าจะโต 3.4% ถูกลดเหลือ 3.2% ที่สำคัญการลงทุนภาครัฐที่เป็นพระเอกในการพยุงเศรษฐกิจมาตลอด จากที่คาดว่าจะโต 11.1% เหลือ 8.9% ยิ่งทำให้เศรษฐกิจของไทยมีปัญหา
ทั้งนี้ ในประมาณการเศรษฐกิจใหม่ กระทรวงการคลังได้ปรับลดตัวเลขการเบิกจ่ายงบประมาณลงทั้งรายจ่ายประจำและรายจ่ายลงทุน โดยรายจ่ายประจำปรับลดจาก 2.498 ล้านล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 2.6% เหลือ 2.463 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.8%
ขณะที่งบลงทุนลดลงจาก 3.75 แสนล้านบาท หรือโต 25.7% เหลือ 3.71 แสนล้านบาท หรือโต 24.6% และยังลดประมาณการเบิกจ่ายเงินนอกงบประมาณจากเงินกู้ โดยเฉพาะการลงทุนในโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และโครงการเดินหน้าแล้ว จากเดิมตั้งเป้าเบิกจ่ายได้ 1.22 แสนล้านบาท เติบโต 215% เหลือเบิกจ่ายเพียง 5.8 หมื่นล้านบาท เติบโต 56.8% เท่านั้น
นอกจากนี้ โครงการลงทุนของรัฐวิสาหกิจที่ตั้งเป้าเบิกจ่าย 2.37 แสนล้านบาท หรือโต 8% ถูกลดลงเหลือ 2.33 แสนล้านบาท โต 4.5% เท่านั้น
ความล่าช้าของโครงการลงทุนขนาดใหญ่ ถือว่าไม่ใช่ปัญหาใหม่ของเศรษฐกิจไทย แม้ว่ารัฐบาลนี้จะเร่งการลงทุนอย่างมาก แต่ก็ยังไม่ได้ดั่งใจ ปีที่ผ่านมารัฐบาลระบุว่าการลงทุนขนาดใหญ่จะเริ่มลงทุนได้ปีนี้ แต่พอมาถึงปีนี้ก็บอกว่าการลงทุนจริงจะเริ่มกลางปี คือ ล่าช้าออกไปอย่างน้อยครึ่งปี
นอกจากนี้ แผนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของกระทรวงคมนาคม 20 โครงการ มูลค่า 1.5 ล้านล้านบาท ตอนนี้เดินหน้าได้จริงเพียงแค่ 8 โครงการเท่านั้น ส่วนที่เหลืออีก 12 โครงการต้องล่าช้าออกไป เนื่องจากยังมีปัญหาอุปสรรคอีกมาก
อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนของประเทศ ระบุว่า กระทรวงคมนาคมยืนยันว่าโครงการลงทุนขนาดใหญ่จะไม่ล่าช้ามากกว่านี้อีกแล้ว โดยโครงการที่เดินหน้าได้แล้วคาดว่าจะมีการเบิกจ่ายในปีนี้ 1.2 แสนล้านบาท จากโครงการถนน รถไฟ รถไฟฟ้าในเมือง ระบบน้ำ และสนามบิน ซึ่งจะกระตุ้นให้เกิดการลงทุนตามมาของภาคเอกชน
หากจับสัญญาณของ สุวิชญ โรจนวานิช ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ระบุว่า โครงการลงทุนขนาดใหญ่ของกระทรวงคมนาคม 12 โครงการ ยังต้องประคับประคองให้เดินหน้าได้ตามแผน ก็พอจะประเมินภาพได้ว่าการลงทุนดังกล่าวอาการไม่สู้ดีนัก
เมื่อเป็นเช่นนั้น ก็ตรงกับที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ออกมาระบุว่า โครงการลงทุนล่าช้า 4 แสนล้านบาท ก็คงหนีไม่พ้นว่าอยู่ใน 12 โครงการของกระทรวงคมนาคมที่ล่าช้า เพราะหลายโครงการยังมีปัญหาเรื่องการพิจารณาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและผลกระทบสุขภาพของประชาชน แม้ว่าที่ผ่านมานายกรัฐมนตรีจะปลดล็อกให้มีการทำผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมไปก่อนที่โครงการจะผ่านความเห็นชอบคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อให้เกิดความรวดเร็วก็ตาม แต่หากโครงการนั้นมีปัญหาผลกระทบสิ่งแวดล้อมจริง การเดินหน้าต่อไปก็ทำไม่ได้อยู่ดี
ผลที่ตามมา กระทรวงการคลังยังได้ประเมินการเบิกจ่ายงบลงทุนปี 2559 เหลือ 3.69-3.73 แสนล้านบาท จากกรอบวงเงินประมาณ 5.3 แสนล้านบาท คิดเป็นการเบิกจ่ายงบลงทุนได้ 69.4-72.3% ซึ่งถือว่าเป็นระดับปกติของการเบิกจ่ายที่ผ่านมา แต่ต่ำกว่าที่รัฐบาลตั้งเป้าไว้ที่ต้องการเบิกจ่ายงบลงทุนภาครัฐให้ได้ 85% ของงบลงทุนทั้งหมด
การเบิกจ่ายงบลงทุนที่ลดลง ถือว่าเป็นการซ้ำเติมเศรษฐกิจในปีนี้เพิ่มมากขึ้น เป็นเหตุผลที่ภาคเอกชนต่างประเมินว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้ขยายตัวได้ต่ำกว่า 3% เพราะการส่งออกติดลบหนักและการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐยังล่าช้ามาก จนทำให้เศรษฐกิจหมดแรงขับเคลื่อนลงเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่อง







