posttoday
เคาะปตท.ลุยแอลเอ็นจี

เคาะปตท.ลุยแอลเอ็นจี

03 พฤษภาคม 2559

กบง.ไฟเขียว ปตท.ลงทุนคลังแอลเอ็นจีเพิ่ม 3.95 หมื่นล้าน รอชง กพช.กลาง พ.ค.นี้

กบง.ไฟเขียว ปตท.ลงทุนคลังแอลเอ็นจีเพิ่ม 3.95 หมื่นล้าน รอชง กพช.กลาง พ.ค.นี้

นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ รอง ผู้อำนวยการ สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ที่มี พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รมว.พลังงาน เป็นประธาน ว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบปรับแผนระบบรับส่งและโครงสร้างพื้นฐานก๊าซธรรมชาติเพื่อความมั่นคง ในส่วนของการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการจัดหาและนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) 2 โครงการ โดยมอบหมายให้บริษัท ปตท. เป็นผู้ดำเนินการ ใช้เงินลงทุนรวมกว่า 3.95 หมื่นล้านบาท ซึ่งหลังจากนี้จะเสนอรายละเอียดเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานเพื่อพิจารณาต่อไปในช่วงกลางเดือน พ.ค.นี้

ทั้งนี้ โครงการลงทุนประกอบไปด้วย 1.โครงการขยายกำลังการแปรสภาพแอลเอ็นจีเฟสแรก จาก 10 ล้านตัน/ปี เป็น 11.5 ล้านตัน/ปี ใช้เงินลงทุน 1,000 ล้านบาท รองรับการนำเข้าแอลเอ็นจี กรณีปริมาณสำรองแหล่งก๊าซในอ่าวไทยลดลง 2.โครงการสถานีรับจ่ายแอลเอ็นจี (คลังแอลเอ็นจี) แห่งใหม่ ที่ จ.ระยอง รองรับการนำเข้าแอลเอ็นจี 5-7.5 ล้านตัน/ปี ซึ่งจะใช้เงินลงทุนระหว่าง 3.68-3.85 หมื่นล้านบาท 

อย่างไรก็ตาม การที่มอบหมายให้ ปตท.เป็นผู้ลงทุนคลังแอลเอ็นจีแห่งใหม่หรือแห่งที่ 2 จากเดิมที่เคยมีนโยบายจะเปิดประมูลหาผู้ลงทุนรายใหม่นั้น เนื่องจากเห็นว่าหากใช้วิธีเปิดประมูลคัดเลือกจะใช้ระยะเวลานาน ซึ่งเฉพาะกระบวนการคัดเลือกไม่ต่ำกว่า 1-2 ปี ไม่รวมกับระยะเวลาก่อสร้าง 6-7 ปี อาจไม่ทันกับแผนที่กำหนดให้ต้องมีคลังแอลเอ็นจีใหม่ภายในปี 2565 รวมทั้งไม่สอดคล้องกับความต้องการใช้แอลเอ็นจีที่จะเพิ่มขึ้นด้วย

นายประเสริฐ กล่าวว่า จากประมาณการความต้องการใช้ก๊าซ ตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ พ.ศ. 2558-2579 (พีดีพี 2015 ) จะสูงสุดอยู่ที่ระดับ 4,344 ล้านลูกบาศก์ฟุต (ลบ.ฟุต)/วัน แต่เนื่องจากปัจจุบันการดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเกิดความล่าช้า ไม่สามารถดำเนินการได้ตามแผนพีดีพี กระทรวงพลังงานมีความจำเป็นต้องปรับเพิ่มปริมาณความต้องการใช้ก๊าซเป็นประมาณ 5,653 ล้าน ลบ.ฟุต/วัน ดังนั้นจึงจำเป็นต้องอนุมัติโครงการลงทุนดังกล่าว เพื่อให้โครงสร้างพื้นฐานก๊าซของประเทศมีความพร้อม

“กรณีที่ให้ ปตท.ลงทุนคลังแอลเอ็นจีแห่งใหม่ กำหนดให้รองรับการนำเข้าระหว่าง 5-7.5 ล้านตันนั้น จะพิจารณาควบคู่ไปกับสัมปทานปิโตรเลียม 2 แห่ง คือ แหล่งบงกชและแหล่งเอราวัณในอ่าวไทยที่จะหมดอายุในปี 2565-2566 ซึ่งปัจจุบันมีกำลังการผลิตอยู่ที่ 2,100 ล้าน ลบ.ฟุต/วัน แต่ถ้าหลังปี 2565 ยังสามารถรักษาระดับการผลิตไว้ได้ในระดับเดิม ต้องลงทุนรองรับการนำเข้าแอลเอ็นจีในระดับ 5 ล้านตัน ใช้เงินลงทุน 3.68 หมื่นล้านบาท” นายประเสริฐ กล่าว

ขณะที่การโครงการลงทุนแอลเอ็นจีอีก 4 โครงการ ที่ประชุมให้กลับไปศึกษาใหม่เพิ่มเติม ได้แก่ 1.โครงการคลังแอลเอ็นจีลอยน้ำพื้นที่อ่าวไทยตอนบนของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) 2.โครงการคลังแอลเอ็นจีลอยตัวในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศ (พื้นที่ อ.จะนะ จ.สงขลา หรือ อ.มาบตาพุต จ.ระยอง) 3.โครงการ LNG Receiving Terminal แห่งใหม่ และ 4.โครงการ LNG Receiving Terminal แห่งใหม่ที่เมียนมา

นอกจากนี้ ที่ประชุม กบง.เห็นชอบให้คงราคาขายปลีกก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) เดือน พ.ค.ไว้ที่ 20.29 บาท/กก. โดยปรับลดอัตราเงินชดเชยจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ลง 11.96 สตางค์/กก. จากเดิมชดเชยราคาอยู่ 70.95 สตางค์/กก. เป็นชดเชยอยู่ที่ 58.99 สตาค์/กก. ซึ่งทำให้กองทุนน้ำมันฯ ในส่วนของแอลพีจีมีรายจ่ายอยู่ที่ 213 ล้านบาท/เดือน ลดลง 43 ล้านบาท/เดือน โดยฐานะสุทธิของกองทุนน้ำมันฯ อยู่ที่ประมาณ 44,815 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี