
การเปลี่ยนแปลง จากรุ่นสู่รุ่น (1)
การบริหารกิจการครอบครัวไม่ว่าจะเป็นธุรกิจไหนก็ตาม ก็หนีไม่พ้นการส่งต่อการบริหารจากรุ่นพ่อแม่ สู่รุ่นลูก และรุ่นหลานต่อๆ กันไป แนวทางการดำเนินธุรกิจ
โดย...ทัธภร ธนาวริทธิ์
การบริหารกิจการครอบครัวไม่ว่าจะเป็นธุรกิจไหนก็ตาม ก็หนีไม่พ้นการส่งต่อการบริหารจากรุ่นพ่อแม่ สู่รุ่นลูก และรุ่นหลานต่อๆ กันไป แนวทางการดำเนินธุรกิจ หรือสไตล์การบริหารก็เปลี่ยนแปลงไป การเริ่มต้นจากเถ้าแก่ที่มีลูกน้อง หรือญาติพี่น้องมาช่วยกันทำงาน อยู่กันแบบครอบครัว เริ่มจากคนไม่กี่คนทำงานกันด้วยใจ มีอะไรก็ช่วยๆ กันไป ไม่มีระบบ กฎเกณฑ์ แต่เมื่อมาถึงจุดจุดหนึ่งที่บริหารกันเองไม่ไหว ไม่ว่าจะด้วยกิจการที่ใหญ่โตขึ้น หรือด้วยอายุที่มากขึ้น ก็ต้องมีการส่งมอบกิจการให้รุ่นลูกรุ่นหลานเข้ามาช่วยบริหาร
การให้คนรุ่นใหม่เข้ามาบริหารนั้นเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้กับกิจการที่เติบโต ตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป เทคโนโลยี ความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ก็ต้องการผู้บริหารรุ่นใหม่ที่ตามทันการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาธุรกิจ ผลิตภัณฑ์ การตลาด การเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารรุ่นใหม่ที่เข้ามาจะสามารถเปลี่ยนแปลงการทำงานในรุ่นก่อนๆ ได้สำเร็จหรือไม่ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับหลายๆ ปัจจัย ทั้งการสนับสนุนจากพ่อแม่ หรือผู้บริหารเดิม ความน่าเชื่อถือของผู้บริหารรุ่นใหม่ ความเชื่อใจของพนักงาน และวิธีการเปลี่ยนแปลง
ในบทความนี้จะขอกล่าวถึงวิธีการเปลี่ยนแปลงของกิจการจากรุ่นพ่อแม่ มาสู่รุ่นลูกใน 2 แบบ ซึ่งแต่ละแบบก็เหมาะสมกับบริบทที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับว่าแต่ละกิจการจะเลือกใช้วิธีการเปลี่ยนแปลงแบบไหน
ผู้บริหารรุ่นใหม่ส่วนใหญ่ต่างก็จบการศึกษาจากต่างประเทศ ต้องการที่จะเอาความรู้ วัฒนธรรมที่ตนศึกษามาจากต่างประเทศเข้ามาปรับปรุง เปลี่ยนแปลงกิจการของตนเพื่อให้มีการทำงานที่เป็นระบบ มีการวัดผลการดำเนินงานที่ชัดเจน การวัดผลโดยใช้ตัวเงิน หรือตัวเลข หากการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นไม่ได้มีการวางแผนที่ดีแล้ว สิ่งที่เกิดตามมือ คือ ข่าวลือ สุดท้ายพนักงานรุ่นเก่าต่างก็พากันลาออก ปัญหาดังกล่าวอาจจะมาจากหลากหลายสาเหตุ (ที่เกิดขึ้นจริง) เช่น การยึดระบบเทคโนโลยีสมัยใหม่ในการทำงานแบบกะทันหันทำให้คนรุ่นเก่ากลัว เพราะไม่มีความรู้ยอมที่จะลาออกดีกว่า
การใช้ตัวเลขในการตัดสินใจทั้งเรื่องการวัดผลการทำงาน ประสิทธิภาพในการทำงานต่างๆ คนรุ่นเก่าที่ทำงานด้วยใจ เมื่อการทำงานถูกหยิบยกมาพูดเฉพาะในเรื่องตัวเลข หรือการบริหารงานที่แข็งกร้าว คือเปลี่ยนระบบบังคับการทำงานแบบใหม่โดยที่ไม่สนใจความสัมพันธ์ในอดีต ไม่มีการเตรียมตัวให้กับพนักงาน การเปลี่ยนแปลงที่ไม่มีการสื่อสารก็จะทำให้เกิดความกังวล เกิดการต่อต้านทำให้การเปลี่ยนแปลงสะดุดลง
ดังนั้น การเปลี่ยนแปลงระบบนี้จำเป็นต้องมีการวางแผนอย่างดี และต้องเตรียมแผนสำรอง หรือแผนฉุกเฉินเพื่อรับมือเหตุการณ์ต่างๆ ที่จะเป็นอุปสรรคต่อความสำเร็จในการเปลี่ยนแปลง







