
แหลมทองผุดมิกซ์ยูส 350 ไร่
เครือแอลทีกรุ๊ป เตรียมปัดฝุ่นที่ 350 ไร่ ย่านหนองปรือ พัฒนาโครงการมิกซ์ยูสต่อยอดธุรกิจ
เครือแอลทีกรุ๊ป เตรียมปัดฝุ่นที่ 350 ไร่ ย่านหนองปรือ พัฒนาโครงการมิกซ์ยูสต่อยอดธุรกิจ
นายสมควร นกหงษ์ ประธานบริหารในเครือแอลที กรุ๊ป ผู้ประกอบการห้างแหลมทอง เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนที่จะพัฒนาที่ดินย่านหนองปรือ จ.ชลบุรี จำนวน 350 ไร่ เป็นโครงการมิกซ์ยูส ซึ่งจะประกอบไปด้วยคอนโดมิเนียม บ้านเดี่ยว และพื้นที่ค้าปลีก โดยในส่วนของพื้นที่ค้าปลีกบริษัทจะจับมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อนำห้างค้าปลีกเข้ามาเปิดให้บริการภายในโครงการดังกล่าว ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าจะเป็นห้างเทสโก้ โลตัส เนื่องจากบริษัทมีความสัมพันธ์ที่ดีกับห้างค้าปลีกดังกล่าว
ทั้งนี้ ในส่วนของพื้นที่ซึ่งจะพัฒนาเป็นที่อยู่อาศัยในรูปแบบของคอนโดมิเนียมและบ้านเดี่ยว บริษัทจะเป็นผู้พัฒนาโครงการด้วยตัวเอง โดยจะแบ่งการก่อสร้างออกเป็น 3 เฟส เบื้องต้นคาดว่าจะ
ใช้งบประมาณในการลงทุนหลักหลายพันล้านบาท ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมในด้านของการออกแบบโครงการในเฟสแรกที่จะพัฒนาพื้นที่เป็นคอนโดมิเนียม
สำหรับจุดขายของคอนโดมิเนียมที่บริษัทจะพัฒนาเข้ามาทำตลาดในครั้งนี้จะเน้นไปที่คอนโดมิเนียมคุณภาพดีราคาประหยัด เบื้องต้นวางขนาดห้องพักแต่ละยูนิตไว้ที่ประมาณ 34-36 ตารางเมตร และวางราคาขายไว้ไม่เกิน 1 ล้านบาท เนื่องจากต้องการเจาะกลุ่มเป้าหมายระดับกลางที่ทำงานและอยู่อาศัยในย่านหนองปรือและพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งในส่วนของจำนวนยูนิตที่จะพัฒนาเข้ามาทำตลาดคาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 1,000 ยูนิต
“ที่ดินที่มีอยู่ในมือตอนนี้มีประมาณ 1,000 ไร่ อยู่ในพื้นที่พัทยาประมาณ 300-400 ไร่ หนองปรือประมาณ 350 ไร่ ศรีราชาอีกประมาณ 5 ไร่ ส่วนที่เหลือกระจายอยู่ตามพื้นที่ต่างๆ โดยปัจจัยที่ทำให้บริษัทหันมาสนใจขยายธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มากขึ้น เพราะเป็นธุรกิจที่มีโอกาส และที่ผ่านมาก็ได้ทำตลาดเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์มาบ้างแล้ว ซึ่งก็ได้ผลการตอบรับเป็นที่น่าพอใจ” นายสมควร กล่าว
นายสมควร กล่าวอีกว่า ในส่วนของบ้านเดี่ยว บริษัทมีแผนที่จะพัฒนาเป็นโครงการระดับราคาไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท เนื่องจากต้องการเจาะกลุ่มเป้าหมายระดับบนเพราะมีคู่แข่งในตลาดน้อยเบื้องต้นคาดว่าจะพัฒนาประมาณ 300 ยูนิต โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการวางแผน
ปัจจุบันเครือแอลที กรุ๊ป มีธุรกิจที่บริหารอยู่ 6 กลุ่ม ประกอบด้วย ธุรกิจตึกคอมพ์ ศูนย์รวมสินค้าและบริการด้านไอที ธุรกิจศูนย์การค้า คือ ฮาร์เบอร์ และแหลมทอง ธุรกิจโรงแรมและเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ภายใต้แบรนด์ บาร์โคนี ธุรกิจสำนักงานให้เช่า ฮาร์เบอร์ ออฟฟิศ และสแควร์ ออฟฟิศ ธุรกิจผู้ให้บริการเช่าสื่อป้ายโฆษณา w@bkit และธุรกิจศูนย์กลางกิจกรรมความบันเทิงของครอบครัว ฮาร์เบอร์แลนด์, ดีฟ และจัมพ์เอ็กซ์แอล เป็นต้น
นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย หนึ่งในผู้ประกอบการจากส่วนกลางที่ขยายการลงทุนใน จ.ชลบุรี ต่อเนื่อง กล่าวว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ จ.ชลบุรี ในหลายพื้นที่ซึ่งไม่ใช่พัทยา เช่น โซนตัวเมืองชลบุรี-บางแสน และศรีราชา-แหลมฉบัง ถือว่าขยายตัวต่อเนื่องทุกปี เพราะมีภาคอุตสาหกรรมเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก แม้จะไม่ได้หวือหวาเท่ากับพัทยาที่บูมมากๆ แล้วก็ชะลอตัวเพราะกำลังซื้อต่างชาติหายไป แต่เป็นการเติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไป
นอกจากนี้ การที่ภาคอุตสาหกรรมใน จ.ชลบุรี โตมาก ทำให้กำลังซื้อคนใน จ.ชลบุรี ค่อนข้างสูง ยอดขายที่อยู่อาศัยจับกลุ่มคนท้องถิ่นขายดีมาก โดยทาวน์เฮาส์ราคาประมาณ 2 ล้านบาท บ้านเดี่ยวประมาณ 4 ล้านบาท ส่วนคอนโดมิเนียมไม่เกิน 2.5 ล้านบาท เป็นที่นิยม







