
ทองดีดตัวสูงขึ้น หลังการประชุม BOJ
ราคาทองคำในตลาดโลกยังคงมีความผันผวนและอยู่ในแดนบวก หรือในทิศทางขาขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจากการประชุมของเฟดที่ผ่านมา เมื่อวันที่ 27 เม.ย. ยังคงใช้นโยบายทางการเงินด้วยการประกาศอัตราดอกเบี้ยคงเดิมที่ระดับ <0.5% และมีความกังวลต่อสภาวะเศรษฐกิจของโลกที่อยู่ในสภาวะการเติบโตที่ชะลอตัวลงในเวลานี้
ราคาทองคำในตลาดโลกยังคงมีความผันผวนและอยู่ในแดนบวก หรือในทิศทางขาขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจากการประชุมของเฟดที่ผ่านมา เมื่อวันที่ 27 เม.ย. ยังคงใช้นโยบายทางการเงินด้วยการประกาศอัตราดอกเบี้ยคงเดิมที่ระดับ <0.5% และมีความกังวลต่อสภาวะเศรษฐกิจของโลกที่อยู่ในสภาวะการเติบโตที่ชะลอตัวลงในเวลานี้
ในขณะที่ผลการประชุมของเฟดกลับไม่สร้างการเปลี่ยนแปลงของราคาทองคำเท่าไหร่นัก แต่ราคาทองคำกลับผันผวนอย่างรุนแรงหลังจากที่ บีโอเจ (ธนาคารกลางญี่ปุ่น) ประกาศคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายทางการเงินที่ระดับเดิม ที่ไม่กระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมตามที่ตลาดได้คาดหวังเอาไว้
สิ่งที่เกิดขึ้น คือ ค่าเงินเยนปรับตัวแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วภายในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงที่แข็งค่ากว่า 3% และตลาดหุ้นนิกเกอิปรับตัวลดลงจากการที่ตลาดมีความคาดหวังค่อนข้างมาก ทำให้นักลงทุนส่วนหนึ่งกลับเข้าสู่ตลาดทองคำในฐานะ Safe-Haven อีกครั้งหนึ่ง โดยที่มองเห็นว่า ค่าเงินเหรียญสหรัฐนั้นอ่อนค่าลง ค่าเงินยูโรต่อเหรียญสหรัฐปรับสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจากระดับ 1.1295 มาเป็นระดับ 1.14460 ยูโร/เหรียญสหรัฐ ทองคำเองดีดตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็วเพียง 2 วันทำการ ทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบปีแตะตัวที่ระดับ 1,294 เหรียญสหรัฐ ในตลาดโคแมกซ์เมื่อคืนนี้
วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค
ราคาทองคำมีความผันผวนอย่างมากสำหรับระยะสั้นและทะยานตัวทะลุแนวต้านสำคัญที่เป็นจุดสูงสุดคือระดับ 1,280 เหรียญสหรัฐ เมื่อเดือนที่แล้ว ทำให้แนวต้านได้ขยับไปอยู่ที่ระดับ 1,300 เหรียญสหรัฐ และ 1,310 เหรียญสหรัฐตามลำดับ ตลาดยังคงให้ความสำคัญกับการปรับตัวอ่อนค่าลงของค่าเงินเหรียญสหรัฐอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับค่าเงินยูโรต่อเหรียญสหรัฐ ทองคำจะมีแนวรับสำคัญอยู่ที่ระดับ 1,270 เหรียญสหรัฐ สำหรับราคาทองคำไทยเริ่มขยับขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 21,000 บาท/บาททองคำอีกครั้งหนึ่งได้ และมีโอกาสที่ราคาทองคำจะปรับตัวสูงขึ้นไปต่อ โดยราคาทองคำไทยจะมีแนวต้านสำคัญอยู่ที่ระดับ 21,500 บาท/บาททองคำ ซึ่งเป็นจุดสูงสุดเดิมเมื่อเดือน มี.ค.
กลยุทธ์การลงทุน
การลงทุนในตลาดทองคำซึ่งในเวลานี้กลับมาเป็นทิศทางขาขึ้นอย่างชัดเจน หลังจากที่อยู่ในสภาวะทรงตัวบริเวณ 1,230 เหรียญสหรัฐ มาเป็นเวลากว่าหนึ่งเดือน การที่ค่าเงินเหรียญสหรัฐอ่อนค่าลง และมาผลักดันทำให้ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นนั้น ก็ทำให้นักลงทุนหลายท่านกลับติดอยู่ในสถานะ Short Position อย่างมาก คำแนะนำก็คือจะต้องทำการลดสถานะ Short ลง หรือปิดสถานะ Short ออกไป เนื่องจากตลาดปรับเปลี่ยนทิศทางที่เป็นการเคลื่อนตัวในกรอบ มาเป็นทิศทางขาขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรง นักลงทุนที่ได้ทำ Leverages ไว้มากกว่า 5 เท่า จึงควรที่จะลดสถานะหรือปิดสถานะ Short ออกไปให้ได้ ในสภาวะตลาดที่มีความผันผวน นักลงทุนจะต้องบริหารให้ได้อย่างรวดเร็วและเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง มิฉะนั้นแล้วนักลงทุนบางท่านจะเข้าสู่มาตรการ Call Margin รวมไปถึงการ Force Close
การบริหารความเสี่ยงคืออะไร?
เอ็มทีเอส โกลด์ (แม่ทองสุก) ย้ำเน้นอยู่เสมอว่าการลงทุนทองคำ นักลงทุนเองก็จะต้องเข้าใจในเรื่องการบริหารความเสี่ยงที่เราลงทุน ทองคำจะไม่มีความเสี่ยงเท่าไหร่นัก หากนักลงทุนลงทุนในลักษณะการเข้าซื้อทองคำแท่งแล้วก็ชำระเงินเต็ม 100% โดยทำการซื้อเป็นแบบทองคำแท่งเก็บ ความเสี่ยงก็จะจำกัดอยู่เพียงเท่านั้น
แต่ในกรณีที่นักลงทุนอยู่ในตลาดโกลด์ ฟิวเจอร์ส (Gold Futures) หรือนักลงทุนในแบบที่ชอบเก็งกำไร แล้วใช้เงิน Margin ลงทุนซื้อขายในปริมาณที่มาก การที่จะไม่ทำการบริหารความเสี่ยงเลยจึงเป็นไปไม่ได้ และท่านอาจจะประสบกับสภาวะขาดทุนและถูก Force Close โดยไม่รู้ตัว การบริหารความเสี่ยงจำเป็นอย่างยิ่งเมื่อการลงทุนถูกตลาดลากไปในทิศทางตรงกันข้ามกับสถานะที่เรามีอยู่ เราจำเป็นต้องบริหารและลดสถานะออกไปให้ทันกับสภาวะของตลาด จะรอเพียงหนึ่งวันหรือครึ่งวันหรือเพียงแค่สอง ชั่วโมงก็อาจไม่สามารถทำได้ ดังนั้น เอ็มทีเอส โกลด์ ยังคงเป็นผู้นำทางด้านการลงทุนที่ยังคงเน้นย้ำให้นักลงทุนยังคงบริหารความเสี่ยงให้ทันต่อเหตุการณ์ มิฉะนั้นแล้วท่านก็จะอยู่ในสภาวะที่กำไรน้อยแต่ขาดทุนมากกับสภาวะในตลาดที่เป็นเช่นนี้
สรุปได้ว่าทองคำมีแนวโน้มเป็นทิศทางขาขึ้นทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ดังนั้นนักลงทุนควรมีสถานะอยู่ในลักษณะ Long Position มากกว่า Short Position บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ (แม่ทองสุก) เองจะมีการจัดสัมมนาและวิเคราะห์การลงทุนอยู่เสมอ ซึ่งท่านสามารถติดตามบทวิเคราะห์ได้ที่ Website: www.mtsgold.co.th ได้ทุกวัน โดยท่านทำการสมัครสมาชิก ติดต่อ Call Center 02-770-7777







