
กสิกรปรับตัว ลดเป้ากำไร ตามภาวะศก.
ธนาคารกสิกรไทย เพิ่มเพดานต้นทุนสินเชื่อ รับมือตั้งสำรองหนี้เสีย หั่นเป้ากำไรส่วนต่างดอกเบี้ยลงหลังลดดอกเบี้ยเงินกู้
ธนาคารกสิกรไทย เพิ่มเพดานต้นทุนสินเชื่อ รับมือตั้งสำรองหนี้เสีย หั่นเป้ากำไรส่วนต่างดอกเบี้ยลงหลังลดดอกเบี้ยเงินกู้
ธนาคารกสิกรไทย รายงานผลการประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) เมื่อวันที่ 28 เม.ย. 2559 ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เมื่อวันที่ 28 เม.ย.ว่า ที่ประชุมคณะกรรมการธนาคารได้ปรับเป้าหมายทางการเงินในปี 2559 ใหม่ ให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจ และสถานการณ์ในปัจจุบัน
ทั้งนี้ ตัวเลขที่เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ ได้แก่ ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยรับและจ่ายสุทธิ (นิม) ที่ปรับเป้าหมายลดลงจาก 3.4-3.6% เหลือ 3.3-3.5% และต้นทุนสินเชื่อ (เครดิตคอสต์) ปรับเพิ่มขึ้นจากไม่เกิน 1.7% เป็นไม่เกิน 1.9%
ขณะที่เป้าหมายทางการเงินอื่นยังคงเดิม ได้แก่ สินเชื่อเติบโต 6-7% หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) 3.5-3.6% รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยเติบโตมากกว่า 10% สัดส่วนรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยรักษาที่ประมาณ 40% ของรายได้รวม และต้นทุนต่อรายได้ที่ 45-47%
นายอดิศวร์ หลายชูไทย รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส และเลขานุการบริษัทธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า การปรับเพิ่มเพดานเครดิตคอสต์ เป็นการเตรียมสำรองเผื่อไว้รองรับความไม่แน่นอนของสถานการณ์เศรษฐกิจ ธนาคารจึงยึดตามแนวทางดำเนินธุรกิจอย่างระมัดระวัง ซึ่งแนวโน้มการตั้งสำรองในช่วงที่เหลือของปี ต้องดูตามภาวะเศรษฐกิจและคุณภาพสินทรัพย์ในระยะต่อไป
สำหรับรายรับจากดอกเบี้ยมีแนวโน้มปรับลดลงเป็นผลจากการปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้อ้างอิงทั้งสามประเภทลง 0.25% ในเดือน เม.ย.นี้ ซึ่งเป็นไปทั้งอุตสาหกรรมและจะส่งผลต่อความสามารถทำกำไรของธนาคารในปีนี้บ้าง ยอมรับว่า สิ่งที่เกิดขึ้นคงไม่ต่างกับธนาคารพาณิชย์ทุกแห่งที่ต้องมีการบริหารจัดการให้ดีที่สุด หารายได้ส่วนอื่นเพิ่มชดเชยรายได้ที่ลดลง โดยผลประกอบการปีนี้คงสอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจและการคาดการณ์ของแต่ละธนาคาร
ทั้งนี้ ธนาคารกสิกรไทยได้ตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญไตรมาสแรกของปี 2559 ไว้ถึง 11,293 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 181% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่เอ็นพีแอลไตรมาสแรกอยู่ที่ 2.81% เพิ่มขึ้นจาก 2.7% เมื่อสิ้นปี 2558 ส่วนนิมในไตรมาสแรกอยู่ที่ 3.6% ในไตรมาสแรก เครดิตคอสต์อยู่ที่ 2.8%
ก่อนหน้านี้ นายบัณฑูร ล่ำซำ ประธานกรรมการ ธนาคารกสิกรไทย ปี 2559 ธนาคารจะมีการตั้งสำรองเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา ซึ่งตั้งสำรองไปทั้งสิ้น 2.6 หมื่นล้านบาท เป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจที่ยังชะลอตัว โดยไตรมาส 1/2559 ธนาคารได้ตั้งสำรองเพิ่มขึ้น ส่วนไตรมาส 2 และ 3 จะมีการตั้งสำรองที่เพิ่มขึ้นต่อไป ส่วนการลดดอกเบี้ยเงินกู้เมื่อเร็วๆ นี้ 0.25% ก็เพื่อต่อลมหายใจให้กับลูกค้า แต่จะไม่ได้ช่วยให้เศรษฐกิจฟื้นตัวขึ้น







