posttoday
คลังอัดเงินมาตรการกระตุ้น เศรษฐกิจแล้ว 6.26 แสนล้าน

คลังอัดเงินมาตรการกระตุ้น เศรษฐกิจแล้ว 6.26 แสนล้าน

29 เมษายน 2559

โดย...กนกวรรณ บุญประเสริฐ

โดย...กนกวรรณ บุญประเสริฐ

กระทรวงการคลังรายงานความคืบหน้ามาตรการการเงินการคลังที่กระทรวงการคลังได้ผลักดันตามนโยบายรัฐบาล มีวงเงินรวมกว่า 6.26 แสนล้านบาท โดยได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือน ก.ย. 2558-25 เม.ย. 2559 สรุปได้ดังนี้คือ โครงการเพิ่มความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากตามแนวทางประชารัฐ โดยการสนับสนุนเงินทุนให้แก่กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองจำนวน 7.95 หมื่นกองทุน กองทุนละไม่เกิน 5 แสนบาท ภายในวงเงิน 3.5 หมื่นล้านบาท เพื่อใช้ในการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานในชุมชน เช่น ยุ้งฉางชุมชน โรงตากพืชผลทางการเกษตร โรงสีชุมชน การจัดหาแหล่งเก็บน้ำชุมชน และเครื่องจักรสำหรับแปรรูปสินค้าเกษตร

ล่าสุดได้อนุมัติหลักการแล้ว 2,056 กองทุน เป็นเงินงบประมาณจำนวน 1,017 ล้านบาท โครงการยกระดับศักยภาพหมู่บ้านเพิ่มขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากตามแนวทางประชารัฐ สนับสนุนเงินทุนให้หมู่บ้านละไม่เกิน 2 แสนบาท กรอบวงเงิน 1.5 หมื่นล้านบาท โดยคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบเมื่อวันที่ 5 เม.ย. 2559 และให้กระทรวงมหาดไทยเป็นผู้ดำเนินการ

นอกจากนี้ ได้ออกมาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่ของประชาชนผู้มีรายได้น้อย และมาตรการกระตุ้นการลงทุนขนาดเล็ก ได้แก่ โครงการปล่อยสินเชื่อกองทุนหมู่บ้าน ดอกเบี้ย 0% ระยะเวลา 2 ปี วงเงินสินเชื่อ 6 หมื่นล้านบาท ล่าสุดอนุมัติสินเชื่อแล้ว 4.82 หมื่นล้านบาท ให้กับผู้มีรายได้น้อยกว่า 3 ล้านราย แบ่งเป็นธนาคารออมสิน อนุมัติสินเชื่อ 2.55 หมื่นล้านบาท และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) อนุมัติสินเชื่อกว่า 2.27 หมื่นล้านบาท

ขณะที่มาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่ในระดับตำบลละไม่เกิน 5 ล้านบาท วงเงิน 3.62 หมื่นล้านบาท อนุมัติเงินแล้วกว่า 3.58 หมื่นล้านบาท และมีการเบิกจ่ายแล้วกว่า 2.33 หมื่นล้านบาท มาตรการกระตุ้นการลงทุนขนาดเล็กของรัฐบาล รายการละไม่เกิน 1 ล้านบาท กรอบวงเงิน 4 หมื่นล้านบาท พบว่ามีโครงการที่ทำสัญญาแล้ว 3.41 หมื่นล้านบาท และมีการเบิกจ่ายไปแล้ว จำนวน 3.24 หมื่นล้านบาท โดยงบกลางปี 2558 เบิกจ่ายทั้งสิ้น 2.15 หมื่นล้านบาท และงบประมาณปี 2559 เบิกจ่ายทั้งสิ้น 1.08 หมื่นล้านบาท

สำหรับมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาภัยแล้ง และมาตรการเพิ่มขีดความสามารถภาคการเกษตร มีโครงการสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉินและจำเป็นของเกษตรกรที่ประสบภัยแล้ง วงเงินสินเชื่อ 6,000 ล้านบาท ระยะเวลากู้ 1 ปี ดอกเบี้ย 0% ในช่วง 6 เดือนแรก และเดือนที่ 7-12 ดอกเบี้ย 4% เบิกจ่ายเงินกู้แล้ว 895 ล้านบาท ให้กับเกษตรกรจำนวน 7.56 หมื่นราย โครงการสินเชื่อ 1 ตำบล 1 เอสเอ็มอีเกษตร วงเงิน 7.2 หมื่นล้านบาท ระยะเวลากู้ 10 ปี ดอกเบี้ย 4% ใน 7 ปีแรก เบิกจ่ายเงินกู้แล้ว 8,023 ล้านบาท ให้กับเอสเอ็มอีภาคการเกษตรจำนวน 6,606 ราย โครงการชุมชนปรับเปลี่ยนการผลิตสู้วิกฤตภัยแล้ง วงเงินสินเชื่อ 1.5 หมื่นล้านบาท ระยะเวลากู้ 1 ปี ดอกเบี้ย 0.01% ปล่อยสินเชื่อไปแล้ว 130 ราย จำนวนเงิน 3.6 ล้านบาท

รวมทั้งยังมีมาตรการส่งเสริมผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในระยะเร่งด่วน ได้แก่ โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนให้แก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี หรือซอฟต์โลน ดอกเบี้ย 4% ระยะเวลา 7 ปี วงเงินสินเชื่อ 1.5 แสนล้านบาท อนุมัติครบวงเงินแล้ว ช่วยเอสเอ็มอีได้ 2.15 หมื่นราย เฉลี่ยรายละ 7 ล้านบาท โครงการค้ำประกันสินเชื่อพีจีเอส 5 วงเงินค้ำประกัน 1 แสนล้านบาท มีการค้ำประกันสินเชื่อแล้ว 6.58 หมื่นล้านบาท ให้กับเอสเอ็มอี 1.56 หมื่นราย มาตรการสนับสนุนวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมผ่านการร่วมลงทุน 6,000 ล้านบาท โดยธนาคารออมสินได้อนุมัติร่วมลงทุนแล้ว 2 ราย วงเงิน 60 ล้านบาท ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) ร่วมลงทุนแล้ว 4 ราย อยู่ระหว่างตรวจสอบ 3 ราย วงเงิน 20 ล้านบาท

นอกจากนี้ มีมาตรการสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยแก่ผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ได้อนุมัติสินเชื่อแล้ว 1.52 หมื่นราย วงเงินอนุมัติ 2.11 หมื่นล้านบาท โครงการบ้านประชารัฐอีก 7 หมื่นล้านบาท โดย ธอส.ได้อนุมัติสินเชื่อให้ประชาชนแล้ว 829 ราย วงเงิน 764 ล้านบาท ขณะที่ธนาคารออมสินอนุมัติสินเชื่อผู้ประกอบการแล้ว 2 ราย วงเงิน 65 ล้านบาท และอนุมัติสินเชื่อให้ประชาชนแล้ว 1,300 ราย วงเงิน 1,461 ล้านบาท ทั้งนี้เชื่อว่ามาตรการที่ออกมาทั้งหมดนี้จะมีผลช่วยให้เศรษฐกิจทุกภาคส่วนมีการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจ หรือจีดีพีโตที่ระดับ 3.3% ตามที่คาดการณ์ไว้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท