
มอเตอร์ไซค์ส่อร่วงทั้งปี
“ยามาฮ่า” ชี้จักรยานยนต์ไตรมาสแรกหดตัว 5% คาดทั้งปีต่ำกว่าเป้าเดิม 1.65 ล้านคัน เหตุปัจจัยลบตรึม
“ยามาฮ่า” ชี้จักรยานยนต์ไตรมาสแรกหดตัว 5% คาดทั้งปีต่ำกว่าเป้าเดิม 1.65 ล้านคัน เหตุปัจจัยลบตรึม
นายประพันธ์ พลธนะวสิทธิ์ รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยยามาฮ่า มอเตอร์ เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดรถจักรยานยนต์ในประเทศไทยไตรมาสแรกปี 2559 อยู่ที่ 4.5 แสนคัน ลดลง 5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 4.7 แสนคัน เพราะสถานการณ์เศรษฐกิจชะลอตัว รวมถึงดัชนีความเชื่อมั่นลดลงต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ยังโดนปัจจัยลบ ราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำ สถานการณ์ภัยแล้ง หนี้ครัวเรือนที่พุ่งสูง อีกทั้งปัจจัยกำลังซื้อที่ลด จากค่าล่วงเวลาทำงาน (โอที) ในภาคการผลิต ซึ่งเป็นปัจจัยผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจ และตลาดรถจักรยานยนต์
ทั้งนี้ หากแยกภาพรวมตลาดตามภูมิภาคทั่วประเทศ ภาคที่ได้รับผลกระทบด้านการขายลดลงมากที่สุดคือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) ลดลง 13% ภาคใต้ ลดลง 8% ภาคกลาง ลดลง 7.8% และภาคเหนือ ลดลง 8% ส่วน กรุงเทพฯ และปริมณฑล เพิ่มขึ้น 9%
อย่างไรก็ตาม ต้องจับตาดูในช่วงไตรมาส 2 ปีนี้ ตลาดจะมีทิศทางฟื้นตัวได้มากน้อยแค่ไหน ซึ่งมองว่าแนวโน้มอาจไม่ถึงที่คาดการณ์ไว้ในช่วงต้นปีภาพรวมอยู่ที่ 1.65 ล้านคัน หลังไตรมาสแรกชะลอตัว
ขณะที่พฤติกรรมผู้บริโภคมีแนวโน้มเปลี่ยนไปจากเดิม ที่ซื้อรถยนต์เพื่อใช้งานในชีวิตประจำวัน เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์แทน ดังนั้นประเภทรถจักรยานยนต์จึงมีแนวโน้มเปลี่ยนไปเป็นในกลุ่มสปอร์ตที่มีอัตราเติบโตช่วงไตรมาสแรกปีนี้ถึง 20% ส่วนกลุ่มรถจักรยานยนต์ 4 จังหวะ (เอ็มที) ลดลง 2.4% และกลุ่มรถจักรยานยนต์เกียร์อัตโนมัติ (เอที) ลดลง 1.3%
นายประพันธ์ กล่าวว่า ปัจจุบันสัดส่วนประเภทรถจักรยานยนต์ในภาพรวมตลาดแบ่งได้ดังนี้ เอ็มที 48% เอที 35% และสปอร์ต 17% ซึ่งในกลุ่มสปอร์ตมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา และเชื่อว่าในอนาคต 2-3 ปี จะมีแนวโน้มเติบโตสัดส่วนเพิ่มเป็น 25% ของตลาดรวม
“จากปัจจัยและตัวเลขข้างต้นสะท้อนสถานการณ์ตลาดได้ว่า กำลังซื้อในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลยังมีแนวโน้มดีอยู่ ขณะที่สัดส่วนรถสปอร์ตเติบโตขึ้นสอดคล้องกับกลุ่มที่มีกำลังซื้ออยู่ในสภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้” นายประพันธ์ กล่าว
สำหรับยอดขายของบริษัทไตรมาสแรกปี 2559 อยู่ที่ 6.3 หมื่นคัน เติบโต 22% เทียบกับปีก่อน ที่ขาย 5.2 หมื่นคัน มีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มจาก 11% เป็น 14% จากยอดขายกลุ่มสปอร์ต







