
ไอเอ็นจียันเดินหน้าธุรกิจกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
บลจ.ไอเอ็นจี ยันธุรกิจกองทุนสำรองเลี้ยงชีพยังเดินหน้าต่อไป ยอมรับสินทรัพย์กองทุนรวมหายไป 7-8%
บลจ.ไอเอ็นจี ยันธุรกิจกองทุนสำรองเลี้ยงชีพยังเดินหน้าต่อไป ยอมรับสินทรัพย์กองทุนรวมหายไป 7-8%
แหล่งข่าวจากวงการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เปิดเผยว่า ในขณะที่บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ไอเอ็นจี (ประเทศไทย) ยังปรับปรุงระบบการควบคุมภายในไม่แล้วเสร็จ น่าจะทำให้ บลจ.ไอเอ็นจี ไม่สามารถเข้าร่วมประมูลเพื่อบริหารกองทุนสำรองเลี้ยงชีพกองทุนใหม่ได้
“แต่สำหรับลูกค้าเดิมที่ครบกำหนดสัญญาจะต่ออายุหรือไม่นั้นให้ขึ้นอยู่กับความพอใจของลูกค้า” แหล่งข่าว กล่าว
อย่างไรก็ตาม นายต่อ อินทวิวัฒน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายธุรกิจกองทุนและที่ปรึกษาการลงทุน บลจ.ไอเอ็นจี (ประเทศไทย) กล่าวว่า กรณีดังกล่าวน่าจะเกิดความเข้าใจผิด เพราะ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ไม่ได้ห้ามให้ บลจ.ไอเอ็นจี ดำเนินธุรกิจกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
“ที่ผ่านมาเราก็รุกตลาดมาโดยตลอด เพียงแต่ในขณะนี้เราอยู่ระหว่างการวางระบบงานในการให้บริการ Investor Choice หรือ Employee’s Choice ซึ่งคาดว่า จะแล้วเสร็จในปลายปีนี้ เพราะจากนี้ไปเป้าหมายของเราจะเจาะตลาดนี้และที่ผ่านมาลูกค้าที่อยู่ Pool Fund ก็เริ่มเข้ามาใช้บริการนี้มากขึ้นเรื่อยๆ” นายต่อ กล่าว
นายต่อ ยังกล่าวอีกว่า ในปีนี้จะมีลูกค้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพครบสัญญาอีก 3 ราย มูลค่ารวมประมาณ 3 หมื่นล้านบาท ซึ่งคาดว่า บลจ.ไอเอ็นจี จะได้รับการต่อสัญญาได้ทั้งหมด
ก่อนหน้านี้ ก.ล.ต.สั่งให้บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ไอเอ็นจี (ประเทศไทย) แก้ไขข้อบกพร่องของระบบการควบคุมภายในเป็นการเร่งด่วน หลังจากพบความบกพร่องในการเป็นผู้บริหารจัดการกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ที ยู โดม เรสซิเดนท์เชียล คอมเพล็กซ์
นางจารุพรรณ อินทรรุ่ง ผู้อำนวยการสำนักเลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า บลจ.ไอเอ็นจี (ประเทศไทย) ยังไม่ได้แจ้งมายังก.ล.ต.ว่าได้ดำเนินการปรับปรุงระบบงานภายในและระบบปฏิบัติงานต่างๆ แล้วเสร็จหรือ
ขณะที่ นายต่อ กล่าวว่า “ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการจัดระบบงานใหม่ เพื่อลดความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจ”
พร้อมกันนี้ นายต่อ ยอมรับว่า ในปีนี้มูลค่าสินทรัพย์กองทุนรวมคงจะลดลงไปประมาณ 6,000-7,000 ล้านบาท หรือ 7-8% เมื่อเทียบกับปีก่อน
“นโยบายของกลุ่มไอเอ็นจีที่ไม่ต้องการให้กองทุนหนึ่งลงทุนอยู่ในประเทศเดียว โดยเฉพาะเกาหลีใต้ ซึ่งทางกลุ่มกังวลเรื่องความเสี่ยงของประเทศ ทำให้ไม่ได้ออกกองทุนพันธบัตรเกลีใต้ออกมารองรับกองทุนเดิมที่ครบอายุ ซึ่งมีมูลค่าประมาณ 1 หมื่นล้านบาท” นายต่อ กล่าว
อย่างไรก็ตาม นายต่อ กล่าวว่า สำหรับสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (เอยูเอ็ม) ในธุรกิจอื่นๆ จะทรงตัวอยู่ในระดับ 1.13 แสนล้านบาท และในปีหน้าได้เห็นการเติบโตของ บลจ.ไอเอ็นจี อย่างแน่นอน







