posttoday
ยุคนี้...ต้องโตไปด้วยกัน

ยุคนี้...ต้องโตไปด้วยกัน

28 เมษายน 2559

โดย...ไตรรงค์ บุตรากาศ

โดย...ไตรรงค์ บุตรากาศ

ในยุคนี้ธุรกิจมีการแข่งขันกันสูง เป้าหมายของทุกองค์กรต้องการอยู่รอดและเติบโตไประดับแนวหน้า หลายธุรกิจมุ่งที่จะทำให้ตนเองเป็น “ที่หนึ่งในอุตสาหกรรม” จึงหาแนวทางที่ดีที่สุดเพื่อผลประโยชน์ขององค์กรของตน วันนี้ผมอยากให้คุณลองเปลี่ยนมุมมองเล่นๆ ลองคิดดูว่าแค่การปรับปรุงซัพพลายเชนภายในองค์กร ยังสามารถลดต้นทุนและสร้างกำไรมากขึ้นขนาดนี้ หากหลายๆ องค์กรที่เป็นคู่ค้ากันหันมาร่วมมือกัน คุณคิดว่าพลังของมันจะมากมายเพียงไหน

หลักการหนึ่งที่สามารถนำมาใช้เพื่อให้ธุรกิจได้โตไปพร้อมกันคือ “ความเป็นหุ้นส่วน” หมายถึง การแบ่งผลประโยชน์ของทุกฝ่ายในระบบซัพพลายเชนเพื่อให้แต่ละองค์กรแบ่งรับความเสี่ยง ต้นทุน และผลกำไรอย่างถ้วนหน้ากัน โดยแต่ละองค์กรย่อมต้องหาประโยชน์ให้กับตนเอง แต่ไม่ขัดกับผลประโยชน์ส่วนรวม ซึ่งจะทำให้การทำงานทั้งซัพพลายเชนเกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยผมขอยกตัวอย่างเคสที่เกิดขึ้น

- วางแผนดี...มีชัยทั้งระบบ H&M, Mango และ Zara เป็นบริษัทเสื้อผ้าที่มีกำไรมากที่สุดในยุโรป ทุกครั้งจะเริ่มต้นด้วยฝ่ายการตลาดจะวิเคราะห์แนวโน้มของแฟชั่นที่กำลังจะมา ในขั้นตอนนี้ฝ่ายผลิตจะสั่งผลิตรูปแบบผ้าหรือเนื้อผ้าที่ได้จากการวิเคราะห์ ในขณะเดียวกันฝ่ายออกแบบจะขายแบบการตัดเย็บให้กับร้านค้า เมื่อแบบถูกตกลงให้ผ่าน ผ้าที่สั่งผลิตจะเสร็จพร้อมที่จะลงมือตัดเย็บได้ทันที นอกจากนี้ยังใช้การกระจายสินค้าและรับวัตถุดิบที่มีประสิทธิภาพ ไม่ให้เกิดคอขวดในแต่ละขั้นตอน ด้วยการวางแผนระบบที่ดีนี้ ส่งผลให้ธุรกิจเติบโตมากกว่า 20% ต่อปี

- แบ่งเขา...เหมือนแบ่งให้เรา ในช่วงปลายทศวรรษ 1990 RR Donnelly โรงพิมพ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตระหนักดีว่าประสิทธิภาพของระบบซัพพลายเชนในธุรกิจนี้ จะขึ้นอยู่กับผู้ผลิตหมึกและกระดาษ เพราะหากคุณภาพและความแน่นอนของผู้ผลิตเพิ่มขึ้น บริษัท RR Donnelly จะลดความสูญเสียและส่งสินค้าได้ทันเวลา บริษัทได้ตัดสินใจจะแบ่งรายได้ส่วนหนึ่งให้กับผู้ผลิต เพื่อให้ผู้ผลิตนำรายได้นี้ไปพัฒนากระบวนการปรับปรุงหมึกและกระดาษ ซึ่งส่งผลให้คุณภาพหมึกและกระดาษดี งานพิมพ์มีคุณภาพ ลดความผิดพลาด พิมพ์งานได้มากขึ้น ทำให้มีกำไรสูงขึ้นเกือบเท่าตัว

- ธุรกิจยุคนี้...ช้าไม่ได้ ตัวอย่างเช่น เมื่อ Intel ออกชิปใหม่ Compaq ก็จะออกผลิตภัณฑ์ใหม่มาแข่ง แต่ฝ่ายออกแบบของ Compaq ใช้เวลานาน ฝ่ายผลิตก็ใช้เวลานานอีก ไม่สามารถต่อรองการสั่งซื้อวัตถุดิบล็อตใหญ่ได้ ทำให้ต้นทุนแพง สินค้าออกสู่ตลาดก็ช้า ในขณะที่บริษัทคู่แข่งชิงความนิยมไปแล้ว จึงมีวัตถุดิบคงค้างเป็นจำนวนมากและไม่สามารถลดราคาคอมพิวเตอร์ได้มากเท่ากับคู่แข่ง ทำให้ Compaq เสียส่วนแบ่งตลาดตลอดทศวรรษ

การดำเนินธุรกิจวันนี้ ผมคิดว่าเรามาถึงยุคที่เราไม่สามารถเดินคนเดียว รูปแบบการแข่งขันจะไม่เป็นเพียงแค่ระหว่างองค์กรใดองค์กรหนึ่ง แต่จะเป็นการแข่งขันระหว่างซัพพลายเชนต่อซัพพลายเชนด้วยกัน จะดีกว่ามั้ยถ้าคุณไม่ได้เป็นแค่ “ที่หนึ่งในอุตสาหกรรม” แต่ได้เป็น “ที่หนึ่งทั้งอุตสาหกรรม”

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท