
เอกชนลุยลงทุนรับเบอร์ซิตี้
นักลงทุนสนนิคมอุตสาหกรรมยางพารา กนอ.เตรียมเซ็นสัญญาเช่าโรงงาน 11 ราย มูลค่าลงทุน 110 ล้านบาท
นักลงทุนสนนิคมอุตสาหกรรมยางพารา กนอ.เตรียมเซ็นสัญญาเช่าโรงงาน 11 ราย มูลค่าลงทุน 110 ล้านบาท
พล.อ.วรพงษ์ สง่าเนตร ประธานกรรมการ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า หลังจากที่มีความชัดเจนในเรื่องการก่อสร้างนิคมอุตสาหกรรมยางพารา ที่ จ.สงขลา (รับเบอร์ซิตี้) ผู้ประกอบการยางพาราทั้งไทยและต่างประเทศ เช่น จีน มาเลเซีย เริ่มให้ความสนใจเช่าและซื้อพื้นที่ อีกทั้งยังได้รับความสนใจจากกลุ่มเอสเอ็มอีไทยในการเช่าโรงงานสำเร็จรูป ซึ่ง กนอ.เตรียมเซ็นสัญญาเช่าโรงงานสำเร็จรูประหว่าง กนอ.และผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย กลุ่มสหกรณ์ยางพารา จำนวน 11 ราย คิดมูลค่าการลงทุนรวมประมาณ 110 ล้านบาท และคาดว่าปี 2564 จะมีนักลงทุนเข้ามาลงทุนประมาณ 70 ราย คาดว่าจะมีมูลค่าการลงทุนถึง 8,000 ล้านบาท
ด้าน นางอรรชกา สีบุญเรือง รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า ที่ประชุมคณะอนุกรรมการเร่งรัดนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษคลัสเตอร์ ได้หารือถึงปัญหาในการผลักดัน 3 คลัสเตอร์ใหม่ที่เป็นกลุ่มอุตสาหกรรมในอนาคตของประเทศไทย ได้แก่ คลัสเตอร์หุ่นยนต์เพื่ออุตสาหกรรม คลัสเตอร์การแพทย์ครบวงจร และคลัสเตอร์อากาศยานและชิ้นส่วน
นางอรรชกา กล่าวว่า ปัญหาของคลัสเตอร์หุ่นยนต์ คือ ความต้องการของตลาดภายในประเทศน้อยไม่คุ้มค่าในการเข้ามาตั้งโรงงานผลิต จึงต้องส่งเสริมให้ภาคอุตสาหกรรมไทยหันมาลงทุนปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีใช้หุ่นยนต์เข้ามาผลิตเพิ่มขึ้น ขณะที่คลัสเตอร์อากาศยานยังติดปัญหาเรื่องข้อกฎหมายที่ผู้ขอรับใบอนุญาตผลิตอากาศยานและส่วนประกอบที่สำคัญของอากาศยาน จะต้องมีทุนจดทะเบียนเป็นของบุคคลผู้มีสัญชาติไทยไม่น้อยกว่า 51% ซึ่งทำให้ต่างชาติไม่อยากเข้ามาลงทุน และคลัสเตอร์การแพทย์ครบวงจร มีอุปสรรคด้านการผ่อนปรนเงื่อนไขในการขอวีซ่าของผู้ป่วย มาตรการกำหนดมาตรฐานด้านความปลอดภัย และการแก้ไขธรรมนูญสุขภาพในข้อที่ห้ามรัฐสนับสนุนระบบบริการสาธารณสุขที่แสวงหาผลกำไร มาตรการเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนสามารถเปิดวิทยาลัยการแพทย์ได้เอง เป็นต้น
ทั้งนี้ คณะอนุกรรมการฯ คลัสเตอร์จะเร่งหาแนวทางแก้ไขปัญหาให้แล้วเสร็จภายใน 2-3 สัปดาห์







