posttoday
หนี้เสียสะท้อน เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัว

หนี้เสียสะท้อน เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัว

28 เมษายน 2559

โดย...ทีมข่าวการเงินโพสต์ทูเดย์

โดย...ทีมข่าวการเงินโพสต์ทูเดย์

ผลประกอบการไตรมาสแรกของธนาคารพาณิชย์ไทย ที่ประกาศออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ ยังมีกำไรรวมกันมากโข แม้สินเชื่อจะขยายตัวได้ต่ำ แต่รายได้ค่าธรรมเนียมของธนาคารพาณิชย์มีมากขึ้น แต่ที่น่าจับตามองมากที่สุดคืออัตราการขยายตัวของสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ที่นายแบงก์ยืนยันว่า เริ่มที่จะขยายตัวในอัตราที่ชะลอลงแล้ว ตามภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวขึ้น

อย่างไรก็ดี ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า เอ็นพีแอลรวมทั้งระบบธนาคาร ในเดือน มี.ค. 2559 ยังเพิ่มขึ้นไม่ว่าจะเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อน หรือเมื่อสิ้นปี 2558 โดยเอ็นพีแอลที่ยังไม่หักกันสำรอง (Gross NPL) มีมูลค่ารวม 3.58 แสนล้านบาท คิดเป็น 2.64% ของสินเชื่อรวม เพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันปีก่อน 5.9 หมื่นล้านบาท หรือ 19.66% และเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า 1.99 หมื่นล้านบาท หรือ 5.88%

ในจำนวนนี้เป็นเอ็นพีแอลที่หักสำรองหนี้เสียของธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนในประเทศ 3.53 แสนล้านบาท หรือ 2.78% ของสินเชื่อรวม และของสาขาธนาคารต่างประเทศ 4,517 ล้านบาท หรือ 0.52% ของสินเชื่อรวม

ขณะที่เอ็นพีแอลสุทธิหลังหักกันสำรอง (Net NPL) ในเดือน มี.ค.ปีนี้รวมทั้งระบบอยู่ที่ 1.66 แสนล้านบาท หรือ 1.24% ของสินเชื่อรวม เพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันปีก่อน 1.72 หมื่นล้านบาท หรือ 11.5% และเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า 8,257 ล้านบาท หรือ 5.24% แบ่งเป็น Net NPL ของธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนในประเทศ 1.65 แสนล้านบาท หรือ 1.32% ของสินเชื่อรวม และของสาขาธนาคารต่างประเทศ 848 ล้านบาท หรือ 0.10% ของสินเชื่อรวม 

ทั้งนี้ ธนาคารกรุงไทยยังคงมียอดคงค้างและการเพิ่มขึ้นเอ็นพีแอลสูงสุดในระบบ ซึ่งปัจจุบันมียอดคงค้าง 8.55 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 3.59% ของสินเชื่อรวม หรือยอดเพิ่มขึ้น 1.36 หมื่นล้านบาท จากไตรมาสก่อน

ตามมาด้วยธนาคารกรุงเทพที่มียอดคงค้าง 6.03 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 2.89% หรือมียอดหนี้เพิ่มขึ้น 5,550 ล้านบาท ธนาคารกสิกรไทยมียอดคงค้าง 5.11 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 2.72% ยอดหนี้เพิ่มขึ้น 3,420 ล้านบาท ตามมาด้วยกรุงศรีอยุธยาเพิ่มขึ้น 1,330 ล้านบาท ทหารไทย 961 ล้านบาท ยูโอบี 180 ล้านบาท ไทยเครดิต เพื่อรายย่อย 173 ล้านบาท เมกะ สากลพาณิชย์ 54 ล้านบาท และแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ 19 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ธนาคารที่มียอดเอ็นพีแอลลดลงต่อเนื่องคือ ธนาคารธนชาต 827 ล้านบาท จากปัจจุบันที่มียอดคงค้างในระบบ 1.52 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 2.02% ของสินเชื่อรวม และไอซีบีซี (ไทย) ลดลง 10 ล้านบาท ปัจจุบันที่ยอดคงค้าง 1,110 ล้านบาท สัดส่วน 1.18% นอกจากนี้ยังมีธนาคารพาณิชย์ที่มียอดหนี้ลดลงในงวดนี้ ได้แก่ ทิสโก้ 475 ล้านบาท สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) 433 ล้านบาท เกียรตินาคิน 302 ล้านบาท ซีไอเอ็มบี ไทย 119 ล้านบาท และธนาคารแห่งประเทศจีน (ไทย) 13 ล้านบาท

ด้านสาขาธนาคารต่างชาติกลับมียอดเอ็นพีแอลลดลง 124 ล้านบาท และยอดเอ็นพีแอลสุทธิลดลง 41 ล้านบาท ปัจจุบันที่มียอดคงค้างเอ็นพีแอลทั้งสิ้น 4,520 ล้านบาท คิดเป็น 0.52% ของ สินเชื่อรวม และยอดคงค้างเอ็นพีแอลสุทธิ 848 ล้านบาท คิดเป็น 0.1% ของสินเชื่อรวม

การลดลงของเอ็นพีแอลธนาคารบางแห่งเกิดจากการขายหนี้ออกไปจากพอร์ต เพื่อสะดวกแก่การติดตามทวงถามและบางธนาคารสินเชื่อไม่ขยายตัว ทำให้เอ็นพีแอลดูสูงขึ้นทั้งที่ธนาคารคุมเข้มการปล่อยสินเชื่อ ปรับโครงสร้างหนี้ และดูแลลูกค้าอย่างใกล้ชิด ช่วยแก้ไขปัญหาเพื่อไม่ให้หนี้ที่ปรับโครงสร้างไปแล้วกลับมาเป็นเอ็นพีแอลอีก

ทั้งนี้ การที่เอ็นพีแอลในระบบสถาบันการเงินยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น สะท้อนภาพแนวโน้มเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวดีนัก แม้จะไม่กระทบต่อระบบธนาคารเนื่องจากทุกแห่งกันสำรองหนี้สงสัยจะสูญไว้สูงเกินเกณฑ์ แต่ก็ส่งผลกระทบต่อกำไรของธนาคารพาณิชย์ทั้งระบบ

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล