posttoday
คาดวันแม่เงินสะพัด9พันล้าน

คาดวันแม่เงินสะพัด9พันล้าน

05 สิงหาคม 2553

หอการค้าไทยคาดวันแม่คนใช้จ่ายเงิน9,509ลบ.พาแม่ทำบุญ ทานข้าว เที่ยวต่างจังหวัด เงินสด-ทองคือของขวัญยอดนิยม ส่วนสถานการณ์ท่องเที่ยวช่วงหยุดยาว 4 วันคาดเงินสะพัด 1.42 หมื่นลบ. 

หอการค้าไทยคาดวันแม่คนใช้จ่ายเงิน9,509ลบ.พาแม่ทำบุญ ทานข้าว เที่ยวต่างจังหวัด เงินสด-ทองคือของขวัญยอดนิยม ส่วนสถานการณ์ท่องเที่ยวช่วงหยุดยาว 4 วันคาดเงินสะพัด 1.42 หมื่นลบ. 

นางเสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์  รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลสำรวจ “ทัศนคติและพฤติกรรมของประชาชนเกี่ยวกับวันแม่” จากการสำรวจประชาชนทั่วประเทศจำนวน 1,055 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 30ก.ค.-2 ส.ค. 2553 ว่าการใช้จ่ายในช่วงเทศกาลวันแม่ (12 ส.ค.) ในปีนี้คาดว่าจะมีเงินสะพัด 9,509 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 4% รวมวันหยุด 4 วัน มีเงินสะพัด 1.42 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 56% เฉลี่ยใช้งบประมาณคนละ 3,158 บาท

สำหรับแผนการทำกิจกรรมในช่วงวันแม่ประชาชน 28% จะพาแม่ไปทำบุญ 12.7% ทำอาหารทานที่บ้าน 9.7% ซื้ออาหารมาทานที่บ้าน 9.6% พาแม่ไปทานข้าวนอกบ้าน เป็นต้น ส่วนค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการทำกิจกรรมต่างๆ กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ 50.2% ตอบบว่าไม่เปลี่ยนแปลง 35.5% เพิ่มขึ้น และ 14.3% ลดลง โดยกิจกรรมที่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นๆได้แก่ พาแม่ไปเที่ยงต่างจังหวัด (ค้างคืน) เฉลี่ย 4,456 บาท เพิ่มขึ้น 10.7% พาครอบครัวไปทานข้าว เฉลี่ย 1,060 บาท เพิ่มขึ้น 8.4% เป็นต้น

ขณะที่ของขวัญยอดนิยมที่จะซื้อให้แม่ ได้แก่ 25.5% จะให้เงินสด หรือทอง จำนวนเงินประมาณ 2,317 บาท 23.1% ให้ดอกไม้ พวงมาลัย จำนวนเงิน 176 บาท 22.7% ซื้อเครื่องดื่มบำรุงร่างกาย จำนวนเงิน 705 บาท และ 11.8% ซื้อเวชภัณฑ์ จำนวนเงิน 723 บาท เป็นต้น 

นอกจากนี้ เมื่อถามว่าจะไปพบแม่ในวันแม่หรือไม่ 55.3% ตอบว่าไป ส่วนอีก 44.7% ไม่ไป เนื่องจาก47.7% จะรอกลับช่วงเทศกาลปีใหม่ 19.4% มีวันหยุดน้อย 17.4% ค่าเดินทางแพง 15.5% ระยะทางไกลไม่สามารถเดินทางไปได้ ซึ่งเมื่อไม่เดินทางไปหาแล้วก็จะโทรศัพย์ไปพูดคุย 51% ส่งสิ่งของให้แม่ทางไปรษณีย์ 47.7% และอื่นๆ อีก 1.3%

ทั้งนี้ เมื่อถามถึงทัศนะต่อภาวะเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันส่วนใหญ่ 61.2% บอกว่าเศรษฐกิจกำลังจะดีขึ้น 29.7% ยังไม่ดีและยังไม่ฟื้น 9.1% ดีขึ้นและฟื้นแล้ว โดยกลุ่มที่ตอบว่าเศรษฐกิจยังไม่ดีขึ้น ส่วนใหญ่ให้เหตุผลว่า เงินหายากขึ้น 35.2% คนออกไปจับจ่ายใช้สอยลดลง 32.9% งานหายากขึ้น 15.9% ส่วนกลุ่มตัวอย่างที่ตอบว่าเศรษฐกิจฟื้นตัวแล้ว ส่วนใหญ่ให้เหตุผลว่า คนออกไปจับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้น 32.6% เงินไม่ขาดมือ 23.6% และดอกเบี้ยเงินฝากเพิ่มขึ้น 18%

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า อัตราขยายตัวการใช้จ่ายประชาชนในวันแม่ (เฉพาะ 12 ส.ค.) ที่ระดับ 4% แม้จะอยู่ในระดับคาดไว้ แต่จากการที่หลายฝ่ายคาดการณ์อัตราขยายตัวทางเศรษฐกิจปีนี้ จะอยู่ในระดับ 6-7% การใช้จ่ายวันแม่ควรเพิ่มขึ้นมากกว่านี้ หรือขยายตัวระดับ 5-6% ซึ่งชี้ให้เห็นว่าแม้เศรษฐกิจจะดีขึ้นแต่ยังเป็นแบบกระจุกตัว เพราะการฟื้นตัวเศรษฐกิจมาจากการส่งออกเป็นส่วนใหญ่ ทำให้ประชาชนยังไม่ได้รับประโยชน์จากเศรษฐกิจที่ดีขึ้นจึงยังระมัดระวังการใช้จ่ายต่อไป

อย่างไรก็ตาม เพื่อให้การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจเข้าถึงประชาชนในวงกว้าง รัฐบาลต้องเร่งการใช้จ่ายงบประมาณจากโครงการไทยเข้มแข็งให้เม็ดเงินลงสู่ระบบเป็นไปตามกำหนดเวลา และเชื่อว่าจากนี้ราคาพืชผลทางการเกษตรจะทำให้เม็ดเงินกระจายตัวได้มากขึ้น  ส่วนการดำเนินการเพื่อให้เศรษฐกิจฟื้นตัวอย่างเข้มแข็งและยั่งยืนคือการ ดูแลเสถียรภาพทางการเมือง การโรดโชว์เพื่อดึงการท่องเที่ยวกลับมาและการคลี่คลายปัญหามาบตาพุดซึ่งปัญหานี้ต้องแก้ไขให้ได้หากไม่สามารถทำได้จะทำให้ภาคการลงทุนในปีหน้าขาดความชัดเจนทันที
 

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล