posttoday
ดอกเบี้ยต่ำ...กดดันเงินฝาก เริ่มไหลออกจากแบงก์

ดอกเบี้ยต่ำ...กดดันเงินฝาก เริ่มไหลออกจากแบงก์

27 เมษายน 2559

โดย...พรสวรรค์ นันทะ

โดย...พรสวรรค์ นันทะ

การดำเนินนโยบายการเงินของไทยผ่อนคลายมานาน โดยดอกเบี้ยไทยอยู่ในช่วงขาลงมาประมาณ 4 ปี และนับตั้งแต่วันที่ 29 เม.ย. 2558 ที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติ 5 ต่อ 2 เสียง ให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% เหลือ 1.50% ต่อปี ขณะที่ปัจจุบันแม้ว่าเงินเฟ้อจะติดลบ แต่อัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่แท้จริงก็กลับติดลบด้วย ที่ 0.80% ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยเงินฝากในระบบแบงก์ต่ำลงมาก กลายเป็นแรงกดดันให้เงินฝากไหลออกจากธนาคารพาณิชย์

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานเงินรับฝาก โดยแยกตามขนาดและอายุของเงินฝากของธนาคารพาณิชย์ทั้งระบบในเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา พบว่า เริ่มเห็นเงินฝากบางขนาดและบางอายุไหลออกจากระบบ อาทิ เงินฝากประจำ 3 เดือน ที่จำนวนบัญชีรวมลดลง 1.04 หมื่นบัญชี หรือ 0.25% เมื่อเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อน หรือจาก 4.13 ล้านบัญชี เหลือ 4.12 ล้านบัญชี ส่วนจำนวนเงินฝากรวมก็ลดลง 8.78 หมื่นล้านบาท หรือ 6.85% จาก 1.28 ล้านล้านบาท เหลือ 1.19 ล้านล้านบาท โดยเฉพาะบัญชีเงินฝากขนาดเกินกว่า 25 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 50 ล้านบาท ลดลงมากที่สุด 2.62 หมื่นล้านบาท หรือ 27.35%

ขณะที่เงินฝากประจำ 3 ถึง 6 เดือน มีจำนวนบัญชีรวมลดลง 8.13 หมื่นบัญชี หรือ 7.70% เหลือ 9.74 แสนบัญชี แต่จำนวนเงินฝากรวมยังเพิ่มขึ้น 4.15 หมื่นล้านบาท หรือ 5.30% เป็น 8.24 แสนล้านบาท แต่น่าสังเกตว่าเงินฝากประจำ 3 ถึง 6 เดือนที่มีวงเงินไม่สูง เช่น เงินฝากไม่เกิน 5 หมื่นบาท ลดลง 396 ล้านบาท หรือ 6.60% เงินฝากเกินกว่า 5 หมื่นบาท แต่ไม่เกิน 1 แสนบาท ลดลง 1,044 ล้านบาท หรือ 16.48% เงินฝากเกินกว่า 1 แสนบาท แต่ไม่เกิน 2 แสนบาท ลดลง 2,487 ล้านบาท หรือ 19.24% เงินฝากเกินกว่า 2 แสนบาท แต่ไม่เกิน 5 แสนบาท ลดลง 6,503 ล้านบาท หรือ 16.24%

เช่นเดียวกับเงินฝากประจำ 6 เดือน ถึง 1 ปี ที่มีจำนวนบัญชีรวมลดลง 7.44 หมื่นบัญชี หรือ 2.87% เหลือ 2.52 ล้านบัญชี แต่จำนวนเงินฝากรวมยังเพิ่มขึ้น 1.12 หมื่นล้านบาท หรือ 0.56% เพิ่มเป็น 1.99 ล้านล้านบาท แต่ขนาดบัญชีเงินฝากต่ำกว่า 10 ล้านบาท มีการไหลออกพอสมควร อาทิ เงินฝากไม่เกิน 5 หมื่นบาท ลดลง 216 ล้านบาท หรือ 1.84% เงินฝากเกินกว่า 5 หมื่นบาท แต่ไม่เกิน 1 แสนบาท ลดลง 994 ล้านบาท หรือ 7.26% เงินฝากเกินกว่า 1 แสนบาท แต่ไม่เกิน 2 แสนบาท ลดลง 1,352 ล้านบาท หรือ 5.31% เงินฝากเกินกว่า 2 แสนบาท แต่ไม่เกิน 5 แสนบาท ลดลง 7,885 ล้านบาท หรือ 6.67% เงินฝากเกินกว่า 5 แสนบาท แต่ไม่เกิน 1 ล้านบาท ลดลง 9,957 ล้านบาท หรือ 7.24% เงินฝากเกินกว่า 1 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 10 ล้านบาท ลดลง 1.3 หมื่นล้านบาท หรือ 2.09%

นอกจากนี้ จำนวนบัญชีเงินฝากประจำระยะเวลา 1 ถึง 2 ปี ลดลง 1.71 แสนบัญชี หรือ 12.43% เหลือ 1.2 ล้านบัญชี จำนวนเงินฝากรวม ลดลง 4.17 แสนล้านบาท หรือ 37.54% เหลือ 6.94 แสนล้านบาท สอดคล้องกับจำนวนบัญชีเงินฝากประจำ 2 ปีขึ้นไปโดยรวม ลดลง 2,928 บัญชี หรือ 0.64% เหลือ 4.57 แสนบัญชี และเงินฝากรวม ลดลง 3.25 หมื่นล้านบาท หรือ 8.13% เหลือ 3.66 แสนล้านบาท

อย่างไรก็ดี จำนวนบัญชีและจำนวนเงินฝากทุกประเภทของทั้งระบบแบงก์ในเดือน ก.พ.ยังปรับเพิ่มขึ้นแต่ไม่มาก โดยจำนวนบัญชีเพิ่มขึ้น 1.51 ล้านบัญชี หรือ 1.75% จาก 86.1 ล้านบัญชี เพิ่มเป็น 87.6 ล้านบัญชี และจำนวนเงินฝากเพิ่มขึ้น 2.94 แสนล้านบาท หรือ 2.47% จาก จาก 11.92 ล้านล้านบาท เพิ่มเป็น 12.21 ล้านล้านบาท

สอดคล้องกับความเห็นของ กิติยา ฤกษ์ภูริทัต ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานธุรกิจลูกค้าบุคคลและเครือข่ายบริการ ธนาคารกสิกรไทย ที่ระบุว่า ในปัจจุบันสภาพคล่องล้นระบบ แม้ว่าลูกค้าจะมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป คือ ไม่ได้ทิ้งเงินฝากไว้ในบัญชีเฉยๆ แล้วก็ตาม โดยจะนำเงินออกไปหาผลตอบแทนที่สูงขึ้น ยิ่งในช่วงนี้ที่ดอกเบี้ยเงินฝากอยู่ในระดับต่ำ ซึ่งจะเห็นลูกค้าโยกเงินฝากไปลงในกองทุนตลาดเงิน (มันนี่มาร์เก็ต) ซึ่งสามารถลงทุนซื้อขายได้ทุกวัน ไม่ต้องรอให้ครบกำหนดเหมือนเงินฝากประจำ

รวมทั้งการลงทุนตราสารหนี้ต่างประเทศที่มีระยะเวลาที่ชัดเจน (เทอมฟันด์) กันมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่มีความมั่นคั่งลงทุนหลักล้านบาทขึ้นไป เช่น กองทุนตราสารหนี้ต่างประเทศ 6 เดือน ซีอาร์ (KEFF6MCR) ที่ลงทุนในตราสารหนี้และเงินฝากประเทศตุรกี กาตาร์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ของธนาคารก็ให้ผลตอบแทน 2.10% ต่อปี แต่ต้องลงทุนขั้นต่ำ 1 ล้านบาท ทำให้ได้รับความสนใจจากลูกค้าไม่น้อย

“การที่เงินฝากลดลงไม่ได้หมายความว่าเงินไหลออกจากแบงก์ แต่จริงๆ เงินฝากแค่เปลี่ยนไปอยู่ในรูปแบบอื่นที่ให้ผลตอบแทนที่ดีขึ้น โดยเฉพาะเงินฝากของลูกค้ารายใหญ่ๆ ที่มองหายิลด์ที่ดีกว่าดอกเบี้ยเงินฝาก นอกจากลงในมันนี่มาร์เก็ต หรือเทอมฟันด์แล้ว ยังอาจลงในหุ้นกู้เอกชนด้วย อย่างไรก็ดี ในภาวะนี้ตลาดอาจจะไม่มีผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่หลากหลายให้ลูกค้าเลือกมากนัก” กิติยา กล่าว

ทั้งนี้ ที่ผ่านมา กนง.ได้ออกรายงานนโยบายการเงินไตรมาส 1/2559 ระบุว่าภาวะอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำต่อเนื่องมีส่วนส่งเสริมพฤติกรรมแสวงหาผลตอบแทนที่สูงกว่า (Search for Yield) ทั้งในตลาดหลักทรัพย์และตลาดตราสารหนี้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ อย่างไรก็ดีผลกระทบต่อเสถียรภาพระบบการเงินยังมีจำกัด แต่ก็เห็นควรให้มีการติดตามพฤติกรรมแสวงหาผลตอบแทนที่สูงกว่าอย่างใกล้ชิด

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท