posttoday
ญี่ปุ่นถึงเอกวาดอร์ ธรณีวิปโยค

ญี่ปุ่นถึงเอกวาดอร์ ธรณีวิปโยค

27 เมษายน 2559

จากเหตุการณ์สะเทือนขวัญชาวโลกที่ญี่ปุ่นและเอกวาดอร์เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่ญี่ปุ่นมียอดผู้เสียชีวิต 41 ราย และที่เอกวาดอร์ 400 กว่าราย ก่อให้เกิดเรื่องสะกิดใจหลายอย่าง แม้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะเป็นภัยธรรมชาติที่ไม่อาจหนีพ้นได้ แต่มนุษย์เรามีมันสมองพอที่จะหลีกเลี่ยงหรือลดความเสียหายลงได้ ถ้าเรามีข้อมูลและความรู้ที่ตื่นตัวมากพอ และที่สำคัญต้องตั้งอยู่บนความไม่ประมาททั้งหลายทั้งปวง ต่อจากนี้ไปบทเรียนของสองประเทศนี้จะนำไปสู่การใช้ชีวิตที่ไม่ประมาทของชาวโลกอีกต่อไป

จากเหตุการณ์สะเทือนขวัญชาวโลกที่ญี่ปุ่นและเอกวาดอร์เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่ญี่ปุ่นมียอดผู้เสียชีวิต 41 ราย และที่เอกวาดอร์ 400 กว่าราย ก่อให้เกิดเรื่องสะกิดใจหลายอย่าง แม้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะเป็นภัยธรรมชาติที่ไม่อาจหนีพ้นได้ แต่มนุษย์เรามีมันสมองพอที่จะหลีกเลี่ยงหรือลดความเสียหายลงได้ ถ้าเรามีข้อมูลและความรู้ที่ตื่นตัวมากพอ และที่สำคัญต้องตั้งอยู่บนความไม่ประมาททั้งหลายทั้งปวง ต่อจากนี้ไปบทเรียนของสองประเทศนี้จะนำไปสู่การใช้ชีวิตที่ไม่ประมาทของชาวโลกอีกต่อไป

ประเทศไทยก็เช่นกัน ผลกระทบทางอ้อมที่ตามมาสู่สังคมไทยก็คือความวิตกกังวลของแผ่นดินไหวครั้งนี้ ว่าจะส่งผลต่อรอยเลื่อนต่างๆ ในประเทศไทยอย่างไรบ้าง แต่ปัญหาที่สำคัญของไทยเราก็คือเรามีการศึกษาด้านแผ่นดินไหวในประเทศไทยน้อยมากเมื่อเทียบกับน้ำท่วม ภัยแล้งหรือภัยอื่นๆ เนื่องจากเกิดขึ้นบ่อยกว่า งบประมาณในการศึกษาและระวังป้องกัน ตลอดจนการนำพลังงานใต้พิภพขึ้นมาใช้จึงไม่ค่อยได้รับการสนับสนุนเท่าที่ควร แม้ในบ้านเราจะเกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.2 ตามมาตรวัดริกเตอร์ ที่ อ.แม่ลาว จ.เชียงราย ซึ่งเกิดในพื้นที่ชุมชนไม่หนาแน่นมากนักแต่ก็ยังมีความเสียหายมีมูลค่าสูงเกือบหนึ่งหมื่นล้านบาท

การที่เราให้ความสำคัญกับการศึกษาด้านแผ่นดินไหวและรอยเลื่อนน้อย ทำให้เราไม่ทราบว่ารอยเลื่อนในบ้านเราได้สะสมพลังงานไว้มากน้อยแค่ไหน มีความเสี่ยงแค่ไหนที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ที่สำคัญเป็นการศึกษาเพื่อการนำมาใช้ประโยชน์จากพลังงานความร้อนใต้พิภพซึ่งมีอยู่อย่างมหาศาลเหลือเฟือแทนที่จะปล่อยทิ้งไปและสร้างความเสียหาย

รอยเลื่อนต่างๆ ที่พบในประเทศไทยเป็นรอยเลื่อนที่มีพลัง ซึ่งเกิดขึ้นในภาคเหนือและภาคตะวันตกเป็นส่วนใหญ่ แต่ไม่พบในภาคอีสานของไทย ในภาคเหนือจะพบอยู่แต่บริเวณตอนบน ได้แก่ รอยเลื่อนแม่จัน รอยเลื่อนพะเยา รอยเลื่อนแม่อิง รอยเลื่อนแม่ทา รอยเลื่อนเถิน จะสังเกตได้ว่ารอยเลื่อนเหล่านี้จะอยู่ตรงกับแหล่งน้ำพุร้อนและธารน้ำไหลที่มีแร่กำมะถัน ได้แก่ น้ำพุร้อนแม่ขะจาน น้ำพุร้อนเทพพนม น้ำพุร้อนโป่งเดือด น้ำพุร้อนแจ้ซ้อน จ.ลำปาง ธารน้ำร้อนบ่อคลึง อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี บ่อน้ำร้อนหินตาด จ.กาญจนบุรี บ่อน้ำร้อนห้วยน้ำนัก อ.พบพระ จ.ตาก

ผู้เขียนตั้งข้อสังเกตว่าเราอยู่ในดินแดนที่มีพลังงานใต้พิภพจำนวนมาก บางตำราก็ว่าเป็นสิ่งที่ดีที่พลังงานเหล่านั้นถูกปลดปล่อยออกมาในรูปของน้ำพุร้อน แหล่งบ่อน้ำร้อนและน้ำพุร้อนในประเทศไทยมากถึง 112 บ่อ น้ำพุร้อนเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่มีน้ำร้อนไหลขึ้นมาจากใต้ดิน แสดงให้เห็นว่าภายในโลกยังคงมีความร้อนอยู่ กระจายอยู่ทั่วไปตั้งแต่ทางภาคเหนือ ภาคตะวันตก ภาคกลาง และภาคใต้ วัดอุณหภูมิน้ำร้อนที่ผิวดินอยู่ในช่วง 40-100 องศาเซลเซียส เรารู้จักน้ำพุร้อนเนื่องจากเป็นแหล่งท่องเที่ยว แต่ถ้าสามารถนำความร้อนใต้พิภพนี้มาใช้พัฒนาเป็นประโยชน์ในด้านต่างๆ เช่น การผลิตกระแสไฟฟ้า พลังงานอุตสาหกรรม ก็จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งแต่บ้านเรากลับไม่ทำวิจัยเรื่องพลังงานใต้พิภพกันเลย

รอยเลื่อนต่างๆ ภายในประเทศไทยมีมากถึง 14 รอยเลื่อน ส่วนใหญ่อยู่ทางตะวันตกและตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ รอยเลื่อนที่มีจำนวนมากและใหญ่ที่สุด คือ รอยเลื่อนศรีสวัสดิ์และเจดีย์สามองค์ จ.กาญจนบุรี เป็นที่ตั้งของเขื่อนศรีนครินทร์ซึ่งกล่าวกันว่าหากเกิดแผ่นดินไหวที่สามารถทำให้เขื่อนศรีนครินทร์แตก เมืองแรกที่จะจมบาดาล คือ จ.กาญจนบุรี และเข้าสู่กรุงเทพมหานคร

เมื่อเรามีข้อมูลมากขนาดนี้ การสร้างบ้านเรือนที่อยู่อาศัยจากนี้ไปจึงไม่ควรละเลยที่จะเอาใจใส่ในการเลือกภูมิประเทศและวางโครงสร้างอาคารที่คำนึงถึงการต้านแผ่นดินไหว จึงเป็นบทเรียนสำคัญที่คนไทยต้องตระหนักคิด เพราะไทยมีโบราณสถานจำนวนมากจะส่งผลกระทบเสียหายในวงกว้าง แต่นี้ไปคงต้องบังคับใช้กฎหมายที่ต้องออกแบบอาคารให้ต้านทานแผ่นดินไหว เร่งให้ความรู้แก่ประชาชนในเรื่องระบบอาคารรองรับต่อแผ่นดินไหวและจัดงบประมาณเพื่อการศึกษาพลังงานใต้พิภพจึงเป็นสิ่งที่ดีที่่สุดเวลานี้

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ